ชีวิตเจอเเต่มรสุม! นางเอกดัง เกือบเป็นมะเร็ง-สูญเสียลูกคนเเรก

ส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม สำหรับนางเอกสาวมากฝีมือ “ใบเฟิร์น-อัญชสา มงคลสมัย” ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจเล่าย้อนถึงช่วงเวลาอันแสนยากลำบากตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นปีที่เต็มไปด้วยข่าวร้ายและบททดสอบชีวิตที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนมีทายาทหลังจากแต่งงานกับสามีหนุ่ม “บอม-ดนุภพ” มาได้ 4 ปี ซึ่งแผนการต้องสะดุดตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อเธอไปถอดห่วงคุมกำเนิดออกแล้วพบว่าผนังมดลูกบางผิดปกติ และเมื่อส่องกล้องตรวจอย่างละเอียดกลับพบพังผืดขึ้นเต็มมดลูก เนื่องจากห่วงคุมกำเนิดเคลื่อนผิดตำแหน่งและอยู่ในร่างกายนานเกินไป จนต้องเข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องรักษาและเลื่อนแพลนมีลูกออกไปยาวนานหลายเดือน
มรสุมชีวิตยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะในระหว่างที่กำลังพักฟื้นมดลูก ใบเฟิร์นกลับต้องเผชิญกับเรื่องช็อกซ้ำสองเมื่อผลตรวจสุขภาพประจำปีพบก้อนเนื้อที่เต้านมขนาดเซนติเมตรกว่า ๆ แถมมีค่าความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งอยู่ที่ระดับ BI-RADS 4A ซึ่งผลเจาะสุ่มตรวจชิ้นเนื้อในรอบแรกระบุว่าเข้าข่ายมะเร็งเต้านมชนิดหนึ่ง ทำเอาเจ้าตัวเครียดและเสียใจหนักมาก ไม่ใช่เพราะกลัวโรคภัยแต่เป็นเพราะกังวลว่าหากต้องรักษามะเร็งจะต้องพับแผนมีลูกไปยาวนานถึง 1-4 ปี อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อและต่อมน้ำเหลืองไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ปาฏิหาริย์ก็มีจริงเมื่อผลลัพธ์ออกมายืนยันว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง ทำให้เธอโล่งอกและกลับมาเดินหน้าปั๊มเบบี๋ต่อได้ทันที
หลังจากเคลียร์ปัญหาสุขภาพเสร็จสิ้น ข่าวดีที่รอคอยก็มาถึงเมื่อเธอตั้งครรภ์ธรรมชาติในเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าในตอนแรกเธอไม่รู้ตัวจึงไปทริปดำน้ำที่มัลดีฟส์ในเดือนมีนาคมและใช้ร่างกายหนักมาก ทั้งกระโดดน้ำและแบกถังออกซิเจนเพราะคิดว่าประจำเดือนมา แต่เมื่อกลับมาตรวจกลับพบถุงการตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ และได้ยินเสียงหัวใจลูกเต้นในสัปดาห์ที่ 6 สร้างความตื้นตันใจให้กับทั้งคู่เป็นอย่างมาก แต่แล้วเรื่องราวน่าใจหายก็เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 กว่า ๆ หลังกลับจากทริปทำงานที่ประเทศจีน คุณหมอกลับตรวจไม่พบเสียงหัวใจของลูกแล้ว เนื่องจากเกิดภาวะแท้งในครรภ์อ่อน ๆ ทำเอาใบเฟิร์นเสียใจอย่างสุดซึ้งและต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียลูกคนแรกไปตามธรรมชาติเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
จากบทเรียนและมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ในรอบปี ทำให้ใบเฟิร์นมีการปรับเปลี่ยน Mindset หันมาปล่อยวางเรื่องเครียด ๆ ได้ง่ายขึ้น ใส่ใจสุขภาพด้วยการปรับเวลานอนให้เร็วขึ้น และรีบทำประกันโรคร้ายแรงทันที สำหรับแผนการมีทายาทในอนาคต เจ้าตัวยอมรับว่าตอนนี้รู้สึกกลัวการตั้งครรภ์ทางธรรมชาติแล้ว หลังจากพักมดลูกครบ 3 เดือน จึงเตรียมวางแผนที่จะพึ่งพาทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีใส่ตัวอ่อนที่ผ่านการคัดเกรด (IVF) เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ เธอเผยว่าที่ผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมนนี้มาได้เป็นเพราะได้กำลังใจที่ดีเยี่ยมจากสามี ครอบครัว เพื่อนสนิท และทีมงานในออฟฟิศ พร้อมส่งอ้อมกอดและกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญภาวะเดียวกันว่า วันหนึ่งมันจะเป็นเวลาของเราอย่างแน่นอนครับ




