ทราย สมุทร เปิดใจครั้งแรก ปมโพสต์ ต๊อด ปิติ

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าครอบครัวที่สังคมเฝ้าเกาะติดอย่างใกล้ชิด สำหรับปมความขัดแย้งระหว่าง “ทราย สมุทร” กับมารดาผู้ให้กำเนิด ล่าสุด ภายหลังการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นศาลรอบที่ 2 ทราย ได้ออกมาเปิดฉากแถลงความคืบหน้าด้วยแววตาสุดช้ำ ยอมรับตรงๆ ว่าการเจรจายังไร้ข้อสรุป แถมในวันนั้นทั้งคู่ไม่ได้เผชิญหน้ากันเพราะต้องแยกห้องคุยตามกระบวนการ ซึ่งเจ้าตัวได้บอกความในใจสุดเยือกเย็นว่า ความสัมพันธ์ในฐานะแม่ลูกมันได้หายไปนานแล้ว นาทีนี้เธอมีเพียง “แม่บุญธรรม” เท่านั้นที่ทำหน้าที่แม่ในชีวิต ส่วนมารดาแท้ๆ เป็นเพียงแค่แม่ในทาง DNA เท่านั้น โดยศาลสั่งให้ทั้งสองฝ่ายไปคุยนอกรอบก่อนกลับมารายงานอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้

นอกจากรอยร้าวกับผู้บังเกิดเกล้าแล้ว สปอตไลท์ยังพุ่งเป้าไปที่ความเคลื่อนไหวของคนในตระกูลสิงห์ โดย ทราย เล่าว่าก่อนหน้านี้เธอมีโอกาสร่วมโต๊ะอาหารกับ “เต้ ภิรมย์ภักดี” โดยมี “หนุ่ม กรรชัย” เป็นกาวใจช่วยประสาน เพื่อหาแนวทางร่วมกันในอนาคต ซึ่งต่อมามีผู้ใหญ่ในตระกูลส่งข้อความมาเตือนแกมขอร้องให้เธอ “หยุดโพสต์โซเชียล” และมีอะไรให้คุยตรงๆ แต่ทว่า ทราย กลับยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมปิดปากตัวเองเด็ดขาด เพราะหากผู้ใหญ่คิดจะแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจตั้งแต่ต้น เรื่องคงไม่บานปลายมาไกลขนาดนี้ และเธออยากให้เรื่องของเธอเป็นบทเรียนแก่สังคม พร้อมตอกกลับนิ่มๆ ว่าตอนนี้มีเพียงแค่คำสัญญาปากเปล่า แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเป็นรูปธรรมสักอย่างเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ทราย ยังได้ระบายความอัดอั้นตันใจที่กลายเป็นประเด็นร้อนพาดพิงถึง “ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี” โดยยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังและเสียใจอย่างรุนแรงหลังได้เห็นโพสต์ของ หนุ่มต๊อด ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายถูก ซึ่ง ทราย มองว่าคำพูดนี้เป็นการดูถูกเรื่องราวความเจ็บปวดของเขาอย่างมาก เพราะคิดว่าสังคมรับรู้ความจริงจนชัดเจนหมดแล้ว การที่ญาติในตระกูลยังออกมาตั้งคำถามแบบนี้ มันเหมือนเป็นการตบหน้าซ้ำสอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาพยายามขอความช่วยเหลือจากคนในตระกูลมาโดยตลอด

โดย ทราย ได้เปิดบาดแผลในอดีตย้อนเล่าว่า เคยส่งข้อความพร้อมแนบภาพหลักฐานชีวิตความเป็นอยู่ข้นแค้น นอนท้ายรถกระบะเพราะกลายเป็นคนไร้บ้านจากการถูกกระทำ เพื่อขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ แต่กลับได้รับเพียงความเงียบงันและไม่เคยมีการตอบกลับใดๆ ซึ่ง หนุ่มต๊อด อาจไม่เคยรับรู้เลยว่าเขาต้องเผชิญกับฝันร้ายอะไรมาบ้าง ท้ายที่สุดนี้สิ่งที่นักอนุรักษ์หนุ่มต้องการมากที่สุดคืออยากให้เรื่องราวทั้งหมดจบลงโดยเร็วที่สุดบนพื้นฐานของมนุษยธรรมและความจริงใจ เพื่อที่จะได้สลัดคราบดราม่าและขอกลับไปทำหน้าที่ปกป้องผืนทะเลตามความตั้งใจเดิมเสียที