เปิดประโยค แม่น้อย พูดกับ หญิง รฐา หลังลูกสาวให้เดือนละแสน

ขึ้นแท่นเป็นลูกกตัญญูตัวอย่างที่น่ายกย่องเสมอมา สำหรับนักร้องและนักแสดงสาวมากความสามารถ “หญิง รฐา” ที่ดูแลเอาใจใส่คุณแม่สุดที่รักอย่าง “แม่น้อย โพธิ์งาม” เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าส่งเงินให้ใช้จ่ายส่วนตัวจุกๆ ถึงเดือนละ 100,000 บาท แต่ภาพที่แฟนคลับและคนทั่วไปมักจะเห็นจนชินตากลับกลายเป็นภาพของคุณแม่อายุวัย 70 กว่าปี ที่ยังคงออกมายืนจับสากตำส้มตำขายทุกวันอย่างขะมักเขม้น จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ลูกสาวให้เงินใช้ดูแลดีขนาดนี้ ทำไมคุณแม่ถึงไม่ยอมหยุดพักผ่อนอยู่บ้านสบายๆ

งานนี้ สาวหญิง เคยออกมาเผยความในใจว่า ตัวเธอเองก็อยากให้คุณแม่ได้หยุดพักและหันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้มากขึ้น แต่ แม่น้อย ก็ยังคงดื้อและยืนกรานที่จะลุยงานต่อ เพราะมองว่าการได้ออกมาทำงานพบปะผู้คนคือ “ความสุข” อย่างหนึ่ง ไม่ใช่เพราะขัดสนเรื่องเงินทองแต่อย่างใด แถม แม่น้อย ยังเล่าถึงความรับผิดชอบในการเปิดร้านส้มตำแต่ละเดือนว่า มีต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องดูแลจัดการเอง ทั้งค่าไก่เดือนละประมาณ 5,000 บาท ค่าปู 10,000 บาท และค่าปลาอีกกว่า 20,000 บาท ทำให้คุณแม่ยังอยากที่จะบริหารร้านแห่งนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองต่อไปเพื่อให้มีกิจวัตรในแต่ละวัน

แม้รายได้จากลูกสาวจะมากมายเพียงพอที่จะซัปพอร์ตค่าใช้จ่ายได้ทั้งบ้านแบบสบายๆ แต่ลึกๆ แล้วในหัวใจของคนเป็นแม่ ร้านส้มตำแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งทำมาหากิน แต่เปรียบเสมือนพื้นที่ที่ทำให้ แม่น้อย รู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าและยังสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่มีคนรอบข้างเข้ามาเอ่ยปากชื่นชมว่า “หญิง รฐา เป็นลูกที่กตัญญูมาก” แทนที่คุณแม่จะดีใจอย่างเดียว แต่ลึกๆ กลับรู้สึกสะเทือนใจและเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยกับคำชมเหล่านั้น

และสำหรับประโยคสุดซึ้งที่ “แม่น้อย” มักจะสื่อสารและพูดกับ “หญิง รฐา” เสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณแม่วัย 70 กว่าปียังคงยืนหยัดทำงานหาเงินด้วยตัวเองต่อไป ก็คือความรู้สึกจากหัวใจคนเป็นแม่ที่ว่า “แม่ไม่อยากเป็นภาระของลูก และไม่อยากให้ลูกต้องมาเหนื่อยหาเงินเพื่อดูแลแม่” เรียกว่าเป็นประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักอันยิ่งใหญ่และความเสียสละของคุณแม่ ที่ทำเอาคนเป็นลูกและคนที่ได้ฟังต่างต้องแอบน้ำตาซึมไปกับความผูกพันของสองแม่ลูกคู่นี้อย่างแน่นอน