เปิดคำพูดแรงแต่ตรง ทนายพัฒน์ เตือนสติ ฟารีดา หลังขอให้ชาวเน็ตหยุด

จากมหากาพย์ดราม่า กรณีของสาว “ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที” ที่เคยออกมาแฉนักร้องลูกทุ่งบอยแบนด์ชื่อดัง “ติณติณ New Country” จนเป็นประเด็นอื้อฉาวทั้งเรื่องทำท้องไม่รับ ไล่ไปทำแท้ง และคบซ้อน ทว่ากระแสลมเกิดเปลี่ยนทิศอย่างรุนแรงเมื่อหลักฐานต่างๆ เริ่มพลิกกลับมาโจมตีตัวเธอเอง จนกลายเป็นทัวร์ลงกระหน่ำแทบไม่มีที่ยืน ล่าสุด ฟารีดา จึงต้องหลั่งน้ำตาโผล่ร่วมไลฟ์สดกับ “ทนายพัฒน์” (ทนายเมียหลวง) เพื่อวอนขอความเห็นใจให้ชาวเน็ตหยุดขุดคุ้ยอดีตและหยุดโจมตีเธอเสียที เพราะตอนนี้เครียดหนักจนต้องหามส่งโรงพยาบาล พร้อมย้ำชัดว่าเธอ “จบแล้วจริงๆ” และยอมกราบขอโทษสังคมที่ทำให้เข้าใจผิดในบางเรื่อง
ทว่าในมุมของนักกฎหมายที่มองโลกตามความเป็นจริง “ทนายพัฒน์” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากจบไลฟ์ดังกล่าว โดยการโพสต์ข้อความสรุปสัจธรรมชีวิตแบบจุกๆ ถึง ฟารีดา ว่า การที่เธอมาขอขึ้นไลฟ์เพื่อป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองอยากมูฟออนและจบเรื่องนี้นั้น มันอาจจะสายเกินไปที่จะสั่งให้กระแสสังคมหยุดตามใจคิด เพราะพายุลูกใหญ่ทั้งหมดนี้มันไม่ได้เกิดจากใครที่ไหน แต่มันเริ่มต้นขึ้นมาจากน้ำมือและอารมณ์ของตัวเธอเองตั้งแต่วันแรก ทนายดังจึงทิ้งท้ายประโยคเด็ดเตือนใจผ่านข้อความสั้นๆ แต่แฝงความหมายลึกซึ้งว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
นอกจากนี้ ทนายพัฒน์ยังได้ปล่อยคำพูดเตือนสติแบบตรงไปตรงมาชนิดที่ไม่อ้อมค้อม เพื่อย้ำเตือนให้หญิงสาวตื่นจากความเพ้อฝันว่า ในเมื่อเธอเลือกที่จะก้าวเท้าออกมาป่าวประกาศเรื่องส่วนตัวสู่สาธารณะด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก วันนี้เธอก็กลายเป็นคนสาธารณะไปแล้ว และไม่มีอำนาจอะไรไปห้ามปากหรือความคิดของคนทั้งโลกได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือต้องยืดอก “ยอมรับผลลัพธ์” ของมันให้ได้ ไม่ว่าจะโดนวิจารณ์มากหรือน้อย ซึ่งในกรณีของเธอมันบังเอิญโดนหนักเป็นพิเศษ ก็ยิ่งต้องก้มหน้ารับกรรมที่ก่อไว้และอยู่กับมันให้ได้
ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำภาคปฏิบัติที่เฉียบคมและใช้ได้จริง ทนายพัฒน์ บอกให้ ฟารีดา หยุดคร่ำครวญและเลิกโพสต์เพ้อเจ้อบนโลกออนไลน์ โดยให้ทำสิ่งง่ายๆ คือ “ปิดเครื่อง นอน จบ” แล้วเอาเวลาไปดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด เมื่อคลอดออกมาแล้วจะตรวจ DNA หรือดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรก็ค่อยว่ากันไปตามกระบวนการ และอธิบายให้แง่คิดทิ้งท้ายว่า กระแสบนโลกโซเชียลมันมาไวไปไว วันนี้เป็นเรื่องของเรา พรุ่งนี้ก็มีเรื่องของคนอื่นเข้ามากลบแทน ขอเพียงแค่อยู่ให้เงียบที่สุด แล้วปล่อยให้วันเวลาทำหน้าที่เจือจางความผิดพลาดในอดีตไปเองตามธรรมชาติ




