เปิดโฉมหน้า แม่บุญธรรม ทราย สก๊อต ผู้ที่คอยอยู่เคียงข้าง

บาดลึกจุกอกคนดูทั้งประเทศ! สำหรับเรื่องราวชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครของ “ทราย สก๊อต” ที่ออกมาเปิดเผยทั้งน้ำตากลางรายการ โหนกระแส ถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต โดยเล่าว่าช่วงวิกฤตโควิด เขาตัดสินใจแบกความจริงเรื่องพี่ชายในวัยเด็กไปบอกคุณแม่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำสั่งห้ามพูด และฟางเส้นสุดท้ายคือการถูกไล่ออกจากบ้านที่หัวหิน มีเพียงเสื้อผ้าและแปรงสีฟันติดตัว ทราย จึงเลือกหันหลังให้ครอบครัว บินเดี่ยวไปใช้ชีวิตอยู่ทางภาคใต้ ยึดเอาท้องทะเลเป็นพื้นที่เยียวยาบาดแผลในใจ ทำงานเก็บขยะและอนุรักษ์ธรรมชาติมาตลอด 6 ปี

โดย ทราย เผยประโยคสุดหน่วงว่า “วันที่ผมไม่มีครอบครัว ผมมีแค่ทะเลกับทรัพยากร ธรรมชาติเหมือนพ่อแม่ที่ไม่เคยทำร้ายผม และทำให้รู้ว่าตัวเองมีค่ามากกว่าผู้ชายที่โดนกระทำและถูกครอบครัวทอดทิ้ง” ทำเอา พี่หนุ่ม กรรชัย และคนดูถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ทราย ไม่เคยลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ออกสื่อมาก่อน เป็นเพราะคำสั่งสอนของ “คุณตา” ที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก ซึ่งมักจะคอยพร่ำสอนให้เขารักและรักษาจิตวิญญาณของความเป็นครอบครัวเอาไว้ให้ดีที่สุด ทราย ยอมรับว่า เขาพยายามทำตามคำสอนของ คุณตา อย่างสุดความสามารถ

และแอบหวังลึกๆ ในใจมาตลอดหลายปีว่า วันหนึ่งคนในตระกูลจะหันมาเข้าใจความเจ็บปวดของเขาบ้าง แต่ในวันนี้ความหวังทุกอย่างได้ดับสนิทลงแล้วหลังจากเกิดมหากาพย์การฟ้องร้องเรื่องที่ดิน ซึ่ง ทราย ได้พูดถึง คุณตา ผู้ล่วงลับด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ถ้า คุณตา เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ท่านคงอยากให้เราเดินออกมา” ถือเป็นการปิดสวิตช์ความอดทนและเดินหน้าสู้เพื่อความถูกต้องอย่างเต็มตัว แต่ในความมืดมิดของชีวิต ทราย ก็ไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะเขายังมี “แม่บุญธรรม” ผู้อยู่เคียงข้างและรับฟังความทุกข์ใจของเขามาตลอด 18 ปีเต็ม ซึ่งบุคคลคนนั้นก็คือ

“ครูศิ” ครูสอนภาษาไทยคนแรกที่ขัดเกลาและดูแล ทราย มาตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ ความผูกพันของทั้งคู่อบอุ่นมาก เพราะในอดีตเวลาที่ ครูศิ เห็น ทราย มีสีหน้าทุกข์หรือสภาพจิตใจไม่โอเค คุณครูก็จะไม่ฝืนบังคับสอนหนังสือ แต่จะยอมวางชอล์กแล้วเปลี่ยนมานั่งคุย รับฟังเรื่องราวอัดอั้นตันใจแทน เพราะรู้ดีว่า เด็กชายทราย ในตอนนั้นไม่มีใครให้ระบายหรือขอคำปรึกษาได้จริงๆ แถมตลอดเวลาที่ผ่านมา ครูศิ ไม่เคยมาสาย ไม่เคยเรียกร้องค่าจ้างเพิ่ม และในช่วง 2 ปีสุดท้ายก่อน ทราย ไปนอก คุณครูยังปฏิเสธไม่ขอรับเงินค่าสอนจากครอบครัวของทรายอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นผู้เสียสละที่รัก ทราย ด้วยหัวใจบริสุทธิ์จริงๆ

และมิตรภาพอันงดงามนี้ยังคงยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน เพราะหลังจากที่ ทราย เติบโตขึ้นและบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทุกครั้งที่เขาเดินทางกลับมาเมืองไทย สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือการแวะไปกราบและเติมพลังใจจาก “ครูศิ” แทบทุกสัปดาห์ และความน่ารักน่าเอ็นดูขั้นสุดคือ เงินก้อนแรกในชีวิตที่ ทราย หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เขาก็นำไปมอบให้คุณครูเพื่อตอบแทนพระคุณ แถมยังเคยควักกระเป๋าพา ครูศิ บินลัดฟ้าไปเที่ยวในสถานที่โปรดอย่างดิสนีย์แลนด์ด้วยกันอีกด้วย