แดเรอล์ เปิดปาก วินาทีขอเลิก ซาร่า หลังต้องอยู่ในเรือนจำนาน 2 ปี

“ไปมีชีวิตใหม่เถอะ.. ฉันไม่มีอะไรจะให้ยูแล้ว” ประโยคสั้นๆ ที่กลั่นออกมาจากความเจ็บปวดที่สุดของลูกผู้ชายคนหนึ่ง! เมื่อ “แดเรอล์ ยัง” ออกมาเปิดใจถึงช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดในชีวิต ขณะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำนานถึง 2 ปีเต็ม เขาเล่าว่าปีแรกนั้นเหมือนตกนรกทั้งเป็นจนป่วยทั้งโรคแพนิคและซึมเศร้า ความกดดันทำให้เขาตัดสินใจบอกเลิก “ซาร่า คาซิงกินี”

เพราะไม่อยากให้เธอต้องมาจมปลักกับคนที่มีแต่ตัวและหัวใจที่บอบช้ำ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ “รักแท้” ที่ยิ่งใหญ่กว่ากำแพงเรือนจำ เพราะ ซาร่า เลือกที่จะไปรอคิวตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน เพื่อขอพบหน้าและส่งพลังใจผ่านกระจกเพียง 20 นาที ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเขาให้สู้ต่อจนถึงวันที่ได้รับอิสรภาพ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ถาโถมเข้าใส่ไม่หยุด

แต่ สาวซาร่า กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของเธอไม่ได้มีไว้แค่ในวันที่สุขสบาย เธอเดินหน้าสู้เคียงข้างสามีโดยไม่สนคำครหา ยอมรับความลำบากทุกรูปแบบเพียงเพื่อให้ แดเรอล์ รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ความมั่นคงของเธอคือดึงสติให้ แดเรอล์ กลับมามีหวังอีกครั้ง ซาร่า ยืนยันชัดเจนว่า นี่คือสิ่งที่เธอเลือกเองและจะไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งวินาทีที่ประตูเรือนจำเปิดออก

ความอดทนตลอด 2 ปีก็สัมฤทธิ์ผล แต่ใครจะเชื่อว่าบททดสอบที่แท้จริงกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เขาออกมาสู่โลกภายนอกนี่เอง ชีวิตจริงไม่ใช่ละครที่จบลงด้วยความสุขทันทีที่เดินออกจากเรือนจำ เพราะ 4 เดือนแรกหลังจากได้รับอิสรภาพคือช่วงที่ความสัมพันธ์สั่นคลอนที่สุด เมื่อ แดเรอล์ ปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนไปไม่ได้จนเกิดปากเสียงกันรุนแรงถึงขั้นต้อง “แยกกันอยู่”

โดย แดเรอล์ ตัดสินใจบินกลับไปสิงคโปร์เพื่อทบทวนตัวเอง ท่ามกลางความสูญเสียอาม่าที่รักที่สุดในชีวิต แต่ในความเศร้าโศกนั้นเองที่ทำให้เขาตาสว่างและตระหนักได้ว่า ตลอด 2 ปีที่มืดมน ผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยทิ้งเขาไปไหนคือ ซาร่า หากเป็นคนอื่นคงเดินจากไปตั้งแต่วันแรกแล้ว วินาทีนั้นเขาจึงรู้ซึ้งว่าชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้จริง

