ไทด์ เอกพันธ์ ฟาดเดือด พูดแทนคนไทยทั้งประเทศ ปมรักษาทหารเขมร

ไทด์ เอกพันธ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยบอกว่า ตอนนี้ไม่มีเสียงปืนแล้ว แต่ยังไงกองกำลังก็ยังอยู่ที่เดิม กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ต้องส่งข้าวทุกวัน ต้องมีรถของมูลนิธิ รถพยาบาล ส่งไปประจำที่อีสานใต้ที่มีข้อพิพาทกันอยู่ตอนนี้ ประมาณ 4 คัน




สำหรับภารกิจในการช่วยเหลือด้านการแพทย์ในพื้นที่ว่า วันนี้ลำเลียงทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่สาหัส ที่ต้องย้ายโรงพยาบาลประจำจังหวัดต่าง ๆ ออกมาที่โรงพยาบาลจังหวัดนครราชสีมา ย้ายมา 15 ราย หลังจากที่ฝั่งนั้นเขาได้นำชุดทหารที่อื่นเข้ามาดูพื้นที่ประเทศของเขา




แม้สถานการณ์โดยรวมจะดูสงบลง แต่ชาวบ้านที่ถูกอพยพออกจากพื้นที่ยังคงกังวล และไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน เสียงปืนตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเราครอบครองปราสาทที่เขาจะเอา ตอนนี้ได้ไปปราสาทเดียวคือปราสาทแดก




ชาวบ้านเริ่มเป็นห่วงบ้าน เริ่มเป็นห่วงสัตว์เลี้ยง เพราะว่าเป็นหนึ่งสัปดาห์ที่อพยพมา แต่ตอนนี้ทางราชการยังไม่ให้กลับ ขอรอดูอีกสักพักนึง เมื่อถูกถามถึงสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไทด์ เผยว่า มันพูดยาก เขาอาจจะมีเรื่องราวที่เราก็ไม่ทราบ แต่ดูแล้วเขาไม่มีความสุข




ที่ได้อยู่ตรงนี้ แต่เขาปลอดภัยจริง มีอาหารกินจริง แต่จิตใจเขาไม่เหมือนอยู่ที่บ้านเขา สงครามไม่ได้ส่งผลดี มีแต่ทำให้แย่ลง ใครชนะใครแพ้ แล้วต้องสูญเสียเท่าไหร่ เป็นการสูญเสียทั้งสองฝ่าย ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ส่วนเรื่องการไม่ให้ทหารกัมพูชาที่บาดเจ็บเข้ามารักษาในไทย




ไทด์ เอกพันธ์ แสดงจุดยืนชัดว่า เมื่อก่อนประเทศไทยให้เขาเข้ามารับการรักษา แล้วคนของเขาก็รักษาฟรีด้วย แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าจะตัดสิทธิ์ตรงนั้นไปแล้ว มองว่าเขาเป็นคนเริ่มก่อน เขาไปประณามประเทศไทยให้กับประเทศอื่นว่าประเทศเราแย่ ก็เลยขอตัดขาดไปเลย




ไม่ต้องมายุ่งกับประเทศเรา เวลาเขายิง เขาไม่ได้นึกถึงเด็ก คนแก่ คนที่นอนอยู่โรงพยาบาล ต้องขนย้ายผู้ป่วยมันอันตรายมาก แต่พอถึงบริบทนี้หาว่าเมืองไทยใจร้ายใจดำ ไม่มีมนุษยธรรม