อุ้ม ลักขณา งงหนัก ถูกเชิญออกจากออนเซ็นญี่ปุ่น เผยสาเหตุแทบไปต่อไม่ถูก

กลายเป็นเรื่องเล่าสุดพีกที่ทำเอาสายท่องเที่ยวต้องรู้! เมื่อคุณแม่สายแซ่บหุ่นเซี้ยะอย่าง “อุ้ม ลักขณา” ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ชวนอึ้งและแสนช็อตฟีล ผ่านทริปพักผ่อนเดินสายแลนด์ดิ้งที่ประเทศญี่ปุ่น หลังเจ้าตัวตั้งอกตั้งใจจะไปนอนแช่น้ำแร่ออนเซ็นให้ผ่อนคลายสบายตัวตามวิถีแดนปลาดิบ แต่กลับต้องมาเจอกำแพงวัฒนธรรมและกฎเหล็กสุดเข้มงวด จนทำให้ทริปสปาสุดหรูเกือบกลายเป็นทริปสุดเซ็ง และต้องเดินคอตกเปลี่ยนสถานที่แช่น้ำกันจลาจลพัลวัน
โดย สาวอุ้ม ได้เปิดใจเล่าว่า ในตอนแรกเธอได้เดินทางไปลองใช้ออนเซ็นชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าพนักงานตรวจเข้มมาก แม้เธอจะมีรอยสักเพียงแค่จุดเล็กๆ บนเรือนร่าง ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยไม่ยอมให้ก้าวขาลงน้ำเด็ดขาด จนเธอต้องยอมถอยทัพและขับรถขยับขยายไปหาออนเซ็นแห่งใหม่แถบนอกเมืองแทน ซึ่งสถานที่แห่งใหม่นี้แม้จะมีป้ายประกาศตัวโตๆ ติดไว้ว่า No Tattoo (ห้ามคนมีรอยสักลงบ่อ) แต่ยังโชคดีที่มีทางออกอะลุ่มอล่วยให้นักท่องเที่ยว ด้วยการเปิดขายพลาสเตอร์แผ่นใหญ่ให้ลูกค้านำมาแปะปิดทับรอยสักอำพรางสายตาเพื่อลงไปแช่น้ำได้
ทว่าความพีกจนหน้าถอดสีมันเกิดขึ้นหลังจากนั้น เพราะในระหว่างที่ดาราสาวกำลังนอนแช่น้ำแร่อุ่นๆ เคลิ้มๆ สบายอารมณ์อยู่นั้น ด้วยอุณหภูมิความร้อนของน้ำได้ฤทธิ์ทำลายล้างกาว ส่งผลให้พลาสเตอร์ที่แปะปิดรอยสักเอาไว้เกิดหลุดออกมาดื้อๆ กลางผิวสะท้อนน้ำ งานนี้ทำเอาเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นที่คอยเดินตรวจตราตาไวสวมวิญญาณความเฮี้ยบ ดิ่งตรงเข้ามาสะกิดพร้อมทำคำนับ “เชิญให้ออกจากบ่อ” ในทันทีแบบไม่มีข้อยกเว้น ทำเอาเจ้าตัวถึงกับงงหนักและไปต่อไม่ถูก โดยรวมเวลาที่ได้ละเลียดความอุ่นไปเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม บาดแผลความช็อตฟีลครั้งนี้ สาวอุ้ม ลักขณา ไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด พร้อมทั้งสวมบทกูรูสายเที่ยวใจดี ออกมาโพสต์ข้อความฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ชิ้นดีสำหรับเพื่อนๆ ร่วมวงการและแฟนคลับที่มีศิลปะบนเรือนร่างว่า หากใครมีแพลนอยากจะไปสัมผัสวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นที่ประเทศญี่ปุ่น ควรศึกษาข้อมูลให้ดี หรือไม่ก็ต้องเตรียมพลาสเตอร์กันน้ำชนิดติดแน่นทนนานพิเศษไปให้พร้อมสรรพจากเมืองไทย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหน้าแตกกลางบ่อ และจะได้สนุกกับการพักผ่อนอย่างเต็มคราบโดยไม่โดนเชิญออกกลางคันแบบเธอ




