เอส กันตพงศ์ ทิ้งประโยคสะเทือน ปมมือที่ 3 ลั่น ลองไปคำนวณดู

ระเบิดลงกลางวงการบันเทิงเลยค่ะ! เมื่อพระเอกหนุ่ม “เอส กันตพงศ์” ออกมาเปิดหน้าแลกหมัดสวนกลับอดีตภรรยาแบบหนังคนละม้วน โดยเจ้าตัวยืนยันชัดเจนว่าที่ผ่านมาเลือกเงียบเพื่อปกป้องลูก แต่ในเมื่อความจริงถูกบิดเบือนจึงต้องขอพูดเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นพ่อ พร้อมทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ว่าตนไม่ใช่ฝ่ายเริ่มศึกกฎหมาย แต่เป็นฝ่าย “ถูกฟ้องหย่า” และถูกร้องขอสิทธิ์ปกครองบุตรแบบ 100% ทั้งที่ใจจริงเขาเพียงต้องการทำหน้าที่พ่อและได้เจอหน้าลูกสาวให้มากขึ้นเท่านั้นเองค่ะ

ประเด็นที่ทำเอาชาวเน็ตหูผึ่งคือการทิ้งปริศนาเรื่อง “บุคคลที่ 3” ที่เอสลั่นประโยคเด็ดว่า “ลองไปคำนวณช่วงเวลาเอาเอง” โดยเจ้าตัวย้อนความไปถึงช่วงปี 2565 ที่เขานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดของการขอหย่าร้าง พร้อมฝากคำถามกลับไปยังอีกฝ่ายว่าความจริงคืออะไรกันแน่ เพราะในช่วงวิกฤตชีวิตนั้น ครอบครัวของเขาคือฝ่ายที่เข้ามาดูแลและซัพพอร์ตเรื่องเงินทองมาตลอด ในขณะที่อดีตภรรยากลับเคยบอกว่า “ยังไม่พร้อมที่จะดูแล” ในยามที่เขาล้มป่วยหนัก

ความจริงที่แสนปวดใจ: “ผมเป็นพ่อ ไม่ใช่ลุง”
สิ่งที่จุกอกคนเป็นพ่อที่สุดจนกลายเป็นชนวนเหตุให้ต้องฟ้องกลับ คือเรื่องที่ลูกสาวเรียกเขาว่า “ลุง” แต่กลับไปเรียกชายอีกคนว่า “พ่อ” หรือ “แด๊ดดี้” อย่างเต็มปาก! เอสเล่าด้วยความเจ็บปวดว่าตอนแรกคิดว่าลูกพูดผิด แต่สุดท้ายเขากลับได้เห็นความจริงด้วยตาตัวเองในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตอกย้ำด้วยข้อมูลจากคนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ตอนที่เขายังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลในปี 2565 แต่ไม่มีใครกล้าบอกความจริงในตอนนั้น ทำให้เขาตัดสินใจที่จะนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

ปัจจุบันสถานการณ์ความสัมพันธ์พ่อลูกเข้าขั้นวิกฤตค่ะ เพราะเอสเผยความจริงที่น่าตกใจว่า เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ลูกสาวอาศัยอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใคร และในหนึ่งเดือนเขาได้รับอนุญาตให้พบหน้าลูกเพียงแค่ 20 ชั่วโมง เท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่น้อยนิดเกินกว่าที่หัวใจคนเป็นพ่อจะรับไหว ความอัดอั้นนี้เองที่ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อสิทธิ์ในการเข้าถึงลูกสาว และยืนยันสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมายและสายเลือดให้ชัดเจนที่สุด

สุดท้ายนี้ เอส กันตพงศ์ ย้ำหนักแน่นว่าจุดประสงค์เดียวที่ออกมาเคลื่อนไหวคืออยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยการเจรจาที่เป็นธรรม โดยยึดผลประโยชน์ของลูกเป็นที่ตั้ง เขาไม่ต้องการสาดโคลนใส่ใคร แต่อยากให้ความจริงปรากฏชัดว่า “เอส กันตพงศ์ คือพ่อ ไม่ใช่ลุง” และอยากให้ลูกสาวได้รับรู้ว่าเขายังคงรักและพร้อมทำหน้าที่พ่อเสมอ ไม่ว่าสถานะกับคนเป็นแม่จะเปลี่ยนไปในทิศทางใดก็ตามค่ะ ยอมใจในความแกร่งและสู้เพื่อลูกของหนุ่มเอสจริงๆ ค่ะ!

