สุรชัย สมบัติเจริญ ตอบแล้ว หลังชาวเน็ตสงสัย เขียนชื่อลูกชายผิด

มหากาพย์ครอบครัวสมบัติเจริญเดินทางมาถึงจุดที่เดือดที่สุด! เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 นักร้องรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” ตัดสินใจอัดคลิปวิดีโอชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อสยบข่าวลือเรื่อง “มือโพสต์ปริศนา” โดยเจ้ายืนยันเสียงแข็งว่าทุกข้อความที่โพสต์ฟาดลูกชายก่อนหน้านี้ ตนเป็นคนกลั่นกรองและรัวแป้นพิมพ์เองกับมือ ไม่ได้มีใครมาปั่นหัวหรือใช้ชื่อเขาเป็นเครื่องมืออย่างที่ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย พร้อมประกาศลั่นว่านี่คือสิทธิส่วนบุคคลที่เขาจะพูดความจริงในพื้นที่ของตัวเอง และไม่ได้ต้องการจะเรียกร้องความสนใจหรือหาที่ยืนในสังคมเพราะชื่อเสียงที่มีอยู่ก็มากพอแล้ว

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทอดทิ้งครอบครัวเดิม สุรชัย ได้ขยายความประโยคที่ทำร้ายจิตใจลูกๆ อย่างคำว่า “หน้าที่และภาระที่ทำจบแล้ว” ไว้อย่างน่าสนใจและเยือกเย็นว่า สำหรับเขาแล้ว หากสิ่งใดที่ทำอยู่แล้วมันคือ “ความทุกข์” เขาจะนิยามสิ่งนั้นว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องอดทนทำจนกว่าจะสำเร็จและจบสิ้นลง การพูดแบบนี้เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ช่วงเวลาหลายสิบปีที่เมืองไทยอาจไม่ใช่ความสุขอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ และเมื่อเขารู้สึกว่าได้ส่งทุกคนถึงฝั่งแล้ว เขาก็ขอเลือกทางเดินที่สร้างรอยยิ้มให้ตัวเองในวัยนี้เสียที

นอกจากจะเคลียร์เรื่องครอบครัวแล้ว งานนี้ ลุงแอ๊ด ยังพูดใส่บรรดา “นักสืบโซเชียล” และเกรียนคีย์บอร์ดที่เข้ามาคอมเมนต์ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง ที่ลามไปถึงบุพการีและภรรยาใหม่ของเขา สุรชัย ฟาดกลับด้วยคำถามสุดเจ็บว่า “เอาส่วนไหนของสมองคิด” พร้อมย้ำว่าตระกูลของเขามีแต่สร้าง ไม่ใช่ใครจะมาพูดพล่อยๆ ได้ตามใจชอบ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำทำนายเรื่องวิบากกรรมว่าใครสร้างอะไรไว้ธรรมชาติจะลงโทษเอง และยืนยันว่าตนเองแข็งแรงดี “ไม่ตุยง่ายๆ” แน่นอน

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตต้องอ้าปากค้างที่สุดในคลิปนี้ คือการเฉลยปริศนาที่หลายคนจับผิดว่าทำไมคนเป็นพ่อถึงเขียนชื่อลูกชายอย่าง “ร็อคกี้” ผิด จาก “สุรบดินทร์” เป็น “สุรบดิน” (ไม่มี ทร์) ซึ่ง สุรชัย เฉลยแบบช็อตฟีลว่าเขา “ตั้งใจ” ตัดทิ้งเอง ไม่ได้พิมพ์ตก! โดยเขาให้เหตุผลสุดแสบสันว่า “เพราะผมรู้ว่า นายบดินทร์ เนี่ยมันไม่ปกติ ผมเลยเขียนให้มันเป็นปกติไง” เป็นการจิกกัดลูกชายตัวเองผ่านตัวอักษรว่าพฤติกรรมในตอนนี้ดูไม่ปกติในสายตาพ่อ เขาจึงเลือกที่จะลดทอนชื่อให้เหลือเพียงความธรรมดา เรียกว่าเป็นการฟาดนิ่มๆ แต่เจ็บลึกถึงทรวงอกคนเป็นลูกอย่างที่สุด

