เปิดคำพูด เจ้าของเวที Miss World ออกปากชม โอปอล สุชาตา

แม้จะผ่านพ้นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์มาแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจของแฟนนางงามและชาวไทยยังคงอบอวลไม่หาย หลังจาก “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ตัวแทนสายสะพายไทยแลนด์ได้คว้ามงกุฎ Miss World 2025 มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยสามารถคว้าชัยชนะบนเวทีนี้มาครอบครองได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของการประกวดในรอบสุดท้าย โดยคำตอบที่ทำให้เธอได้คว้ามงฟ้าคือ “การเดินทางครั้งนี้สอนคุณอย่างไรเกี่ยวกับความจริง และความรับผิดชอบส่วนบุคคล
ในการกำหนดเรื่องราวที่ถูกเล่าขาน” โดย “โอปอล” ได้ตอบว่า “การได้มายืนอยู่ตรงนี้ ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการอยู่บนเวที Miss World คือความรับผิดชอบต่อการที่ความจริงจะถูกถ่ายทอดออกไปอย่างไร และสิ่งสำคัญที่สุดที่ โอปอล

รวมถึงผู้เข้าประกวด และทุกคนในห้องนี้สามารถทำได้ก็คือ การเป็นบุคคลต้นแบบ ที่คนรอบตัวสามารถยึดถือเป็นแบบอย่างได้ โอปอล เชื่อเสมอว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะอายุเท่าไหร่ จะมีบทบาทหรือหน้าที่ใดในชีวิต ยังไงก็ต้องมีใครสักคนหนึ่งที่มองมายังเรา อาจเป็นเด็กเล็ก
คนรอบตัว หรือแม้แต่พ่อแม่ของเราเอง และวิธีที่ดีที่สุดในการนำทางคนเหล่านั้นก็คือ การเป็นผู้นำผ่านความอ่อนโยน และการกระทำของเราเอง เพราะการกระทำของเรานั้น เสียงดังกว่าคำพูดเสมอ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้กับคนรอบข้างและกับโลกใบนี้ อย่าลืมว่าจงมั่นคง

และใช้การกระทำเป็นเสียงที่ดังกว่าคำพูด” คำตอบนี้จับใจ “จูเลีย มอร์ลีย์” (Julia Morley) ประธานองค์กรมิสเวิลด์ ผู้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินในครั้งนี้ ซึ่งเธอกล่าวชื่นชมหลังจากพิธีสวมมงกุฎว่า “ค่ำคืนนี้ โลกไม่ได้เห็นเพียงความงาม แต่ยังได้เห็นความเฉลียวฉลาด
ความกล้าหาญ และเสียงเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โอปอล ได้แสดงให้เราเห็นว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้ชนะ แต่เธอคือผู้หญิงที่มีจุดมุ่งหมาย และมีเสียงที่โลกพร้อมจะรับฟังแล้ว” แต่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากเสียงชื่นชมจากเจ้าของเวทีแล้วนั้น ชัยชนะของ “โอปอล สุชาตา” ในครั้งนี้

ยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และยังได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนนางงามทั่วโลก ที่ต่างยกย่องว่า ความสามารถ ความตั้งใจจริง ความฉลาดในการตอบคำถามของ โอปอล ในครั้งนี้ เมื่อผสานกับแนวทางในการทำเพื่อสังคมขององค์กรเวที Miss World ยึดมั่นเสมอมา ทำให้การตัดสินในปีนี้ทรงพลังกว่าครั้งใด ๆ อีกด้วย

