ทำความรู้จัก ม.ล.จิราวดี ภรรยา เล็ก วิวัฒน์

รู้จัก ม.ล.จิราวดี ภรรยา เล็ก วิวัฒน์

วิวัฒน์ ผสมทรัพย์ นักแสดงไทย มีผลงานทางโทรทัศน์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยรับบท ชายน้อย ในเรื่อง สี่แผ่นดิน ของ กนกวรรณ ด่านอุดม ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ ม.ล.จิราวดี ชยางกูร มีบุตร 2 คน คือ นายวิจิร์ ผสมทรัพย์ และ น.ส.วิจิรา ผสมทรัพย์

ผมเจอกับภรรยาตอนอายุ 35 ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองอายุมากแล้ว เลยคิดที่จะมีครอบครัว แฟนผมเป็นบุตรสาวนายทหารครับ หม่อมหลวงจิราวดี ชยางกูร ชีวิตคู่เราตอนนั้นไปไหนมาไหนด้วยกัน และนักข่าวส่วนใหญ่ก็รู้จักเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว เลยเงียบๆ แล้วเราก็เป็นคนปิดเก่งด้วยมั้งอะไรที่ไม่ดีนี่ปิดเก่งเลย (หัวเราะ) พูดเล่น

เราแต่งงานแบบเปิดเผย แต่ว่าไม่ได้จัดใหญ่โตอะไร ก็สัญญากับแม่เขา ว่าจะดูแลอย่างดี คือภรรยาผมเขาเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกว่าหวง ไม่เคยตาม ไม่เคยถามว่ากลับบ้านกี่โมง แล้วอาชีพอย่างเรานะ เขารู้ว่าทำงานไม่เป็นเวลา พอมีทายาท เขาก็ทุ่มเทเวลาไปดูแล

บุตรคนแรกเป็นผู้ชายเราก็ว่าเขาทุ่มเทหนักแล้วนะ แต่พอมีคนที่ 2 ยิ่งทุ่มหนักใหญ่ คือไปนอนแยกห้องอยู่กับน้องมุกจนทุกวันนี้เลย ตอนนั้นคุณแม่ภรรยาก็มาอยู่ด้วย เหมือนว่าเห่อหลานสาว แล้วก็มาคอยทำกับข้าวให้ทาน แล้วคุณพ่อก็ตามมาอีก เลยกลายเป็นครอบครัวใหญ่ ระหว่างนั้นเราก็ยังแสดงอยู่

แต่ว่ามีช่วงหนึ่งในชีวิตนักแสดงที่ผมอยากจะบอกรุ่นน้องว่า เราจะต้องเตรียมตัวไว้ คือช่วงคนอายุก่อน 40 หน่อยๆ กับหลัง 40 จะเป็นช่วงที่วัยมันก้ำกึ่ง เราจะหายหน้าไปจากจอ เพราะจะเล่นเป็นเพื่อนพระเอกก็ไม่ได้ จะเล่นเป็นพ่อก็ยังไม่เหมาะ บางคนจะตกใจตรงนี้นิดหนึ่ง เราเลยเงียบหายไปสักพัก

ไปทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว และพื้นฐานเราคือพ่อ-แม่ก็เลี้ยงบุตรกันเองอยู่แล้ว ทุกวันนี้พ่อ-แม่ผม ยังอยู่ด้วยกัน ที่เรามีผู้ใหญ่มาอยู่ที่บ้านด้วย คือหวังว่าเขาจะซึมซับจิตใจอ่อนโยนคนสมัยก่อนจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่

หลังๆมาเราก็ได้หวนคืนจออีกครั้ง พี่ตู่-นพพล โทร.มาครับ ว่าให้มาเล่นละครให้หน่อย เล่นรับเชิญเป็นพ่อ “อเล็กซ์ เรนเดลล์” เป็นเรื่องแรกที่กลับมารับ หลังจากหายไปนาน

เพราะกับพี่ตู่เราโตมาด้วยกัน เป็นกลุ่มเพื่อนกัน พองานนี้ออกไปคนเขาก็รู้แล้วว่าเรากลับมา ผมเล่นทั้งบทดีและร้ายคือชอบหมดครับ เพราะว่าเราสนุก

มาเล่นมาอยู่กองได้หัวเราะเราก็มีความสุขแล้ว ไม่ห่วงเรื่องทางบ้าน เพราะว่าภรรยามีคนช่วยเลี้ยงบุตรอีกคน คือพี่สาว เขามาอยู่ที่บ้านด้วย เราจะกลับตรงเวลากลับดึกเขาก็ไม่ว่า

ครอบครัวมีข้อจำกัดในการรับงานแสดงไหม เขาไม่ได้ขออะไรครับ เพียงแต่ว่าเขาจะห่วงเรื่องสุขภาพผม เขาเหมือนจะรู้สึกภูมิใจในตัวพ่ออยู่ไม่น้อยนะ

คือด้วยความที่เราเป็นดารา หมายความว่าเราจะไปติดต่ออะไรก็แล้วแต่ หรือว่าไปไหนมาไหน เราเดินในบ้านใครสักคนไปเคาะประตู หรือว่าถามทาง เขาก็ออกมาคุยกับเราได้เลย

ไม่ว่าสถานที่ราชการอะไรส่วนใหญ่จะมีแต่รอยยิ้ม จะได้เปรียบตรงนี้ที่อาชีพเราและหน้าเรามาการันตีตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นความสุขของผมและครอบครัวครับ เวลาไปทานข้าวไปซื้อของเขาก็มีลดเปอร์เซ็นต์ให้

ความภูมิใจในฐานะคุณพ่อ คือบุตรชายคนโตเพิ่งเรียนจบครับที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้เป็นผู้แทนบัณฑิตในการนำกล่าวถวายคำปฏิญาณด้วย เราก็แอบปลื้มใจเล็กๆ นะ

ส่วนคนเล็กเรียนแพทย์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม่เขาดูแลอย่างดี เลยทำให้เราคนเป็นพ่อพลอยมีความสุขและปลื้มใจไปด้วยถ้าถามว่าเขามีแววที่จะมาเป็นนักแสดงเหมือนเราไหม ผมว่ายังไม่มีนะ เขาจะเน้นเรื่องเรียนกันมากกว่า

แต่เขาจะมีกิจกรรมรำไทยอะไรควบคู่ไปด้วย พอโตขึ้นมาก็ไปเป็นหรีด มีกิจกรรมบ้าง ไม่เน้นวิชาการอย่างเดียว เขาเป็นนักกิจกรรมพอสมควร และผมก็ยังเชื่อว่าคนเรามีอะไรที่ลิขิตไว้นะ แต่ความรู้สึกเรามองว่าเรียนยากนะ ต้องเรียนหนัก แต่อนาคตการันตีเขาแล้วว่าจบออกมาเขาจะประกอบอาชีพอะไร