กรมการแพทย์ ย้ำ ผู้ติดเชื้อ ต้องเข้ารักษาที่ รพ. อย่ากักตัวที่บ้าน เพราะบางรายถึงขั้นปอดอักเสบไม่รู้ตัว

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2564 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง การดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 และการบริหารจัดการเตียง ว่า นโยบายการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด คือ ผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลที่ตรวจโควิด หากพบผลเป็นบวกต้องประสานหาที่รักษาให้ผู้ป่วย ซึ่งได้เน้นย้ำว่าการเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ต้องเสียค่ารักษา สำหรับเตียงรักษาผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศมีเกือบ 2.3 หมื่นเตียง

เฉพาะ กรุงเทพฯ มีเตียงทั้งหมด 4,454 เตียงจากทุกเครือข่ายโรงพยาบาลใช้เตียงแล้ว 2,398 เตียง ว่าง 2,056 เตียง โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนยังมีเตียงว่าง 1,132 เตียง ตอนนี้มีโรงพยาบาลสนามและ Hospitel โดยเอาผู้ป่วยที่มีอาการน้อยเข้าไปอยู่เพิ่มอีก 1,261 เตียง ใช้แล้ว 317 เตียง ว่างอีก 944 เตียง รวมทั้งหมดแล้วยังมีเตียงว่างอีก 3,000 เตียง และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยืนยันว่า สามารถหา Hospitel ในส่วนของเอกชนเพิ่มเติมเป็น 3,900 เตียง

นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การประสานหาเตียงผ่านสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 รับสาย 08.00-22.00 น. ใน กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ประสานหาเตียงผู้ป่วย 20 ราย รับสาย 245 ครั้ง เป็นผู้ป่วย 157 คน ขอเตียงได้ 115 เตียง โทร.เยี่ยมผู้ติดเชื้อทุกคน ส่วนสายด่วน 1330 สปสช.รับสายตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลหาเตียงทั่วประเทศ โทรเข้ามา 4,003 ราย เป็นคนไข้โควิด 652 ราย หาเตียง 25 ราย นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ให้ศูนย์เอราวัณจัดสายด่วน 1669 หาเตียงเฉพาะในกรุงเทพฯ ขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง คาดว่าจะพร้อมในวันที่ 13 เม.ย. ส่วนถ้าสงสัยอยากตรวจหาเชื้อให้โทร. 1422

นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อนาคตถ้ามีผู้ติดเชื้อมากกว่านี้จำนวนมาก อาจต้องกักตัวที่บ้าน แต่ตอนนี้ยังยืนยันว่า ให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุกราย ดังนั้น ขณะนี้ที่พบผู้ป่วยบางรายที่โรงพยาบาลหาเตียงให้แล้วแต่ไม่ยอมมานอน บอกว่าไม่มีอาการอะไร ขออยู่ที่บ้านได้หรือไม่ ขอความกรุณาให้มานอนรักษาที่โรงพยาบาล เพราะเราไม่มั่นใจว่าการอยู่บ้านจะกักตัวเองแยกจากทุกคนได้ 14 วัน เราเป็นห่วงผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน ถ้าพ่อแม่ปู่ย่าตายายติดเชื้อจะป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนี้ ได้รับรายงานจากแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยว่า แม้รอบนี้จะเป็นผู้ติดเชื้อที่อายุไม่มาก แต่พบว่ามีผู้ปอดอักเสบมากพอสมควร แต่อาการไม่แย่ลงจนถึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ส่วนหนึ่งเพราะเราให้ยาเร็วขึ้น

“วันแรกๆ ท่านอาจป่วยไม่มาก แต่ 4-5 วันถัดไปอาจจะมีอาการปอดอักเสบโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้หมอเรียกว่าเป็น Happy Pneumonia เหมือนกับอาการไม่มาก แต่เอกซเรย์มีปอดอักเสบต้องให้ยา ขอให้มานอนโรงพยาบาล” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงการปฏิบัติตัวระหว่างอยู่ที่บ้าน หรือ คอนโด เพื่อรอรถมารับหรือรอเตียง นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ระหว่างรออยู่ที่บ้านต้องแยกตัวเองไม่สัมผัสกับใคร ใส่หน้ากาก ไม่ออกมาปะปน แยกอาหาร แยกน้ำ ห้องน้ำ แยกเสื้อผ้า แยกซัก แต่ช่วงที่รอค่อนข้างมั่นใจว่ารอไม่นาน เพราะประสานเอกชนได้เตียงเพิ่มขึ้นแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีผู้ติดเชื้อไม่ต้องการไปอยู่โรงพยาบาลสนาม โดยไปรวมกลุ่มอยู่บ้านหลังเดียวกัน 2-3 คน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่นำผู้ป่วยเพิ่งรายงานติดเชื้อเข้าโรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel ทันที ต้องเข้าโรงพยาบาลหลักก่อน โดยอยู่ประมาณ 3-5 วัน หากโรงพยาบาลหลักตรวจคัดกรองแล้วพบว่า ติดเชื้อไม่มีอาการเลย อาการน้อย ไม่มีโรคร่วม ผลเอกซเรย์ปกติ ก็ค่อยส่งเข้าโรงพยาบาลสนามหรือ Hospitel แต่บางโรงพยาบาลที่เตียงไม่พอจริงๆ ก็อาจส่งเข้าเลย แต่ต้องคัดกรองเรื่องดังกล่าวก่อนเช่นกัน ส่วนการอยู่โรงพยาบาลสนามจะมีการตรวจ 3 อย่าง คือ ความดัน วัดไข้ และ ออกซิเจนในเลือดทุกวัน ถ้าหากมีอาการมากขึ้น จะส่งกลับโรงพยาบาลหลักทันที