เอิร์น สุรัตน์ติกานต์ ยก ครูสลา เป็นคนชุบชีวิตใหม่

เป็นอีกนักร้องสาวที่แจ้งเกิดจากเวทีการประกวด จนกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งที่ดด่งดังแถวหน้าของวงการ สำหรับ เอิร์น สุรัตน์ติกานต์หรือ เอิร์น เดอะสตาร์

ขอย้อนกลับไปก่อนเข้าเดอะสตาร์ ตอนนั้นแม่ไม่สบายตอนนั้นเอิร์นเรียนอยู่ประมาณปี2 แล้วแม่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกวันเอิร์นจะต้องไปเฝ้าแม่ พอเราเข้าประกวดปุ๊บมันต้องเก็บตัวในบ้าน ซึ่งไม่มีเวลาได้ไปหาคุณแม่เลยเป็นเดือนๆ เขาก็ต้องใช้ชีวิตคนเดียวไม่มีใครดูแล ตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่โชคดีคุณแม่หายได้ รักษาอยู่เป็นปี ณ วันนั้น ทำไมเราตัดสินใจเดินเข้าบ้านไปประกวด ไม่หยุดแล้วกลับไปดูแม่คิดอยู่เหมือนกัน คือมันเป็น อีกหนึ่งทางเลือกที่คุณแม่พยายามหาโอกาส

ให้เราได้เข้าวงการ มันเป็นความหวังของที่บ้านด้วย ของเราด้วย เราก็อยากทำให้สำเร็จ แล้วเอิร์นเชื่อว่า สิ่งที่ตัดสินใจมันจะเป็นความภาคภูมิใจให้กับแม่ได้ กว่าจะมาเป็นศิลปิน กว่าจะออกอัลบั้ม โดนดองมาพอสมควร เกือบจะไม่ได้เป็น สมัยนั้นการเป็นนักร้อง มันไม่ง่ายเลย พอจบรายการ เดอะสตาร์ ก็มีโอกาสได้เทสเสียงก็ได้เซ็นสัญญากับแกรมมี่ เราก็รู้สึกว่าเดี๋ยวเราใกล้จะได้เป็นนักร้องแล้ว แต่ว่าปีที่1-2-3 ก็ยังไม่ได้เป็นสักที ได้เป็นแต่นักร้องฝึกหัด อดทนมา 3 ปี จนเกือบโดนยกเลิกสัญญา

ตอนนั้นผู้ใหญ่ก็เรียกเข้าไปประชุมว่าผลงานเราจะยังไงดี เขาก็บอกว่าไม่มีใครคิดออกเลย ว่าเอิร์นจะร้องแนวไหน บุคลิกแบบนี้ควรจะออกมาเป็นยังไง ซึ่งตอนนั้นไม่มีโปรดิวเซอร์คนไหนรับเราไปทำเลย สุดท้ายครูสลา บอกว่าผมจะปั้นเอิร์นยังจำน้ำเสียง ท่าทาง จำวันนั้นได้ดีเลย ครูเป็นคนแรกที่ให้โอกาสเอิร์นได้มีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ เป็นคนที่พลิกชีวิต เปลี่ยนชีวิตเอิร์นเลย เพราะว่าวันนั้นมันหมดสิ้นแล้ว ไม่มีใครรับเอิร์นเลย ที่มันเรื่องหน้าเปลี่ยน จะบอกว่าพื้นเพหน้าตาเป็นคนไม่สวยอยู่แล้ว

แล้วเป็นอีกหนึ่งคำพูดก่อนที่จะทำอัลบั้ม เขาบอกว่าหน้าตาแบบนี้มันจะเป็นนักร้องได้หรอ ไม่สวย จะเป็นนักร้องได้หรอ ใครเขาจะทำอัลบั้มให้ เราก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นปมที่มันฝังอยู่ในใจ เราก็เลยแบบถ้าวันหนึ่งฉันมีตังค์ ฉันจะทำอะไรสักอย่างให้มันสวย ให้มันดีขึ้นแล้วพอเราเริ่มใกล้ทำอัลบัมแรก ไปทัวร์กับพี่ๆ ก็เริ่มเก็บตังค์แล้วเริ่มจัดฟัน แล้วพอมีตังค์ขึ้นมาอีกนิดก็อยากทำจมูก ก็ไปทำแล้ววันนั้นเอิร์นให้สัมภาษณ์นักข่าวแล้วมันเป็นประเด็น

ประจวบเหมาะกับตอนนั้นงานเข้าพอดี พอถ่ายออกไปหนึ่งสื่อ พอหน้ามันเปลี่ยน มีคนพูดถึง แล้วคนก็เข้าใจผิดว่าเป็นเพราะเราทำหน้า ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว