ต้อย พิราวรรณ และ น้องตูมตาม

ต้องบอกว่าเมื่อก่อนเธอคนนี้ก็มีชื่อเสียงพอสมควร สำหรับ พิราวรรณ ประสพศาสตร์ หรือ ต้อย ซึ่งเธอเคยมีรายชื่อเข้าชิงรางวัลเมขลา ในฐานะผู้แสดงสนับสนุนหญิง จากเรื่อง ไ ฟ ในทรวง ในบทพี่สาวของ พรพรรณ ที่ถูกน้องสาวแย่งสามี แสดงออกทางสายตาได้ดี เก็บกดดี แต่พลาดรางวัลไป

หลังจากนั้นเธอได้ไปดูแลคิวการแสดงให้กับลูกชาย ตูมตาม วศิน มีปรีชา นักแสดงเด็กที่โด่งดังในขณะนั้น และชีวิตในปัจจุบันที่ลูก ๆ ดูแลเป็นอย่างดี ผลงานเรื่องแรกก็ เชลยศักดิ์ พี่กนกวรรณ ด่านอุดม ให้ไปเล่นที่ช่อง 5 เรื่อง ไ ฟ ในทรวง ตอนนั้นมี พี่สุเชาว์ พงษ์วิไล พี่ตุ่ม ชลิต เฟื่องอารมณ์

หลังจากประสบความสำเร็จโด่งดังมากแล้วก็ค่อย ๆ เฟดตัว ต้อย เคยเป็นพยาบาลมาก่อนเป็นนักร้องตั้งแต่เป็นนักเรียน แต่ไม่มีใครทราบ ก็มีไตเติ้ลละครก็ได้ร้องเพลงมาร์ชพยาบาล คุณลาวัลย์ ชูวินิต เข้ามาเจอก็มายืนฟังก็ติดต่อ ต้อย ให้ไปร้องโชว์ในรายการ แล้วเรื่อง ตูมตาม ตอนนั้นเค้าหาเด็กน่ารัก ต้อย พา ตาม ไปกองถ่าย

ก็ตอนหลัง ตูมตาม มาเข้าฉากเดียวกับ ต้อย เค้ามาอุ้มไป ต้อย ไม่ทราบ ก็เอาไปให้พระเอกอุ้มถ่ายรูปเข้าฉาก ปรากฏว่าเล่นได้ เค้าก็เล่นละครมาเรื่อย ๆ ต้อย ก็ยังเล่นอยู่ช่วงที่ ตาม เล่น ปัจจุบันก็มีงานที่ช่วยลูกทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เค้าอยู่เมืองนอกกันหมด

ล่าสุด ตูมตาม ที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีอาชีพเป็นเชฟ เปิดใจย้อนเล่าชีวิตวัยเด็ก พร้อมการตัดสินใจบินไปเรียนการทำอาหารที่อเมริกา โดยเล่าว่า “พอจบมหาวิทยาลัย เราต้องเรียนต่อ ได้ไปฝึกงาน แล้วบริษัทแนะนำว่าถ้าอนาคตอยากจะโตมากกว่านี้ แนะนำให้จบนอกดีกว่า

ตอนนั้นเรียนนิเทศฯ โฆษณาก็เลยมาอเมริกา เลือกเรียนภาษาก่อน แต่ก็ยังเลือกไม่ได้ว่าจะทำอะไร เสร็จแล้วพี่สาวเป็นคนอยากเรียนเชฟ แต่ไป ๆ มา ๆ แกแต่งงานและไม่ได้เรียนเชฟ แต่แกจะเป่าหูทุกวันว่า ตาม ชอบทำอาหารตั้งแต่เด็กไม่ใช่เหรอ อาชีพเชฟ ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจนะ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้เรียน สมัยนั้นในเมืองไทยอาชีพเชฟยังไม่ดัง จนสุดท้ายก็ขอที่บ้านได้

ตูมตาม ชอบทำอาหารอยู่แล้ว ตอนนั้นเรียนไปด้วยและทำงานพาร์ตไทม์ด้วย หลัง ๆ ได้เข้าไปทำในครัว จนเข้าไปทำงาน ในร้านอาหาร พี่ ๆ เขาสอน แล้วก็ได้เรียนรู้ว่าทำอาหารไม่ง่าย คือทำที่บ้านทำได้ แต่พอเป็นอาชีพจริง ๆ พี่ ๆ เขาเหนื่อยนะ แล้วพอเราได้มาสัมผัสมันเหนื่อยจริง พอได้ไปเรียนแล้วเราจะมีประสบการณ์ จากที่เราไปทำ ไปเรียนในระบบของฝรั่ง เขาก็สอนวิธีทำที่ถูกต้อง เลยทำให้เราเข้าใจหลักการมากขึ้นในการปรุงอาหาร

ถ้าเป็นเชฟอาหารฝรั่ง ทุกอย่างที่ทำเราต้องเตรียมเอง ทุกคนที่เป็นเชฟจะต้องรู้ว่าต้องเตรียมอะไรยังไง ตอนนี้เรามาเป็นเชฟในร้านอาหารรุ่นน้อง เราก็ทำเอง แม้มีคนมาช่วยทำทุกอย่างก็จริง แต่เราก็ต้องเป็นคนคิดสูตรขึ้นมาใหม่หมด คิดสูตรนี่คือสามารถ ให้เราหรือใครก็ได้ไปยืนคลุกทำรสชาติให้เหมือนเราได้มากที่สุด”