ชีวิตล่าสุด โจ นินนาท พระเอก ขวัญ-เรียม 2544

ถ้าหากพูดถึง “โจ นินนาท สินไชย” หลายคนคุ้นชื่อกันดีกับพระเอกหนุ่มหล่อ ในภาพยนตร์เรื่อง “ขวัญ-เรียม” รวมไปถึงการเป็นผู้ประกาศข่างช่อง 9 และยังมีผลงานอีกมากมาย ก่อน ”โจ นินนาท” ในวัย43ปี จะผันตัวตัวเองไปทำรีสอร์ทเล็กๆ ในอำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี

โดย “โจ นินนาท” ได้กล่าวว่า “ตอนนี้นอกจากผลผลิตและโฮมเสตย์ที่เล่ามา ซึ่งสามารถรันงานได้เองแล้ว ผมก็มีงานพิธีกรฟรีแลนซ์ที่ส่วนมากจะเป็นงานราชการ รับจ้างมาทำ เข้าวงการแบบไม่รู้ตัว จำได้แม่นเลย อายุ 21 พอดี จะเอาไปล้างรถ นึกสภาพนะ อากาศร้อนมาก แล้วผมใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ กำลังจะหาทางกลับบ้าน ก็มีคนมาถามว่าลองขึ้นไปคุยกันหน่อยไหม เป็นที่รับงานรถ เราไม่ได้ยินหรอกนะว่าเขาพยายามจะพูดอะไร แต่สนใจแค่ว่าเข้าไปตรงนั้น น่าจะเย็นนะ สรุปว่าขึ้นไปปุ๊บ ตกใจเลย นั่งประชุมกันเต็มโต๊ะ แล้วแต่ละคนก็คือ คุณดาว พอฤทัย ณรงค์เดช ภูริ หิรัญพฤกษ์,เคน ธีรเดช แบบนี้ แล้วผมเดินขึ้นมาเลย ก็ตอบคำถามตามที่เขาถามไป พอเสร็จก็กลับบ้าน ปรากฏว่าเขาติดต่อมา ก็เลยได้งานแรกในชีวิต ก็มีงานติดต่อเข้ามาเยอะแยะมากมาย แต่เราก็ปฏิเสธไปเยอะมาก เพราะเรายังต้องเรียน และตอนนั้นก็เข้าไปฝึกงานที่กระทรวงการต่างประเทศด้วย แต่งานด้านนั้นไม่ใช่ตัวเรา ก็เลยจบไป ส่วนที่ได้เล่นละครเรื่องแรก “ดอกฟ้ากับเทวดาเดินดิน” เพราะทีมงานเขาตื๊อเก่งครับ เอารถตู้มารอรับเลยแล้วที่ตลกคือ ผมก็ไป ใจง่ายมาก แต่ผมก็มีจุดยืนเรื่องเวลาเรียนกับทำงาน จนผู้จัดหลายคนโมโห งอนไปเลย แต่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าเขาโมโห ก็บอกเขาแค่ว่าเวลามันเต็มแล้วจริงๆ จนกระทั่งได้เอฟอีกแล้ว ก็เลยต้องหยุดรับงาน แต่ไม่ได้เลิกเลย เพราะทางผู้จัดเขาเสียหาย ค่อยๆลดปริมาณลง จนรักสถาบันมาก เรียนไป5 ปี ถึงจะจบป.โท

จุดเปลี่ยนของชีวิตน่าจะเป็นช่วงที่ผมถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “ขวัญ-เรียม”เพราะต้องใช้เวลาถ่ายทำนานมาก แล้วไปถ่ายต่างจังหวัดตลอด ทำให้เราเริ่มซึมซับความเป็นธรรมชาติ เริ่มชอบธรรมชาติ จริงๆ อาจจะชอบจากที่อเมริกาด้วย เพราะตอนอยู่ที่อเมริกา เปิดประตูหน้าบ้านมาเป็นทุ่งข้าวโพด กวางวิ่งผ่านหน้า ทุ่มหนึ่งนี่ปิดไฟเงียบหมด แล้วไม่มีรถเมล์ถ้าไม่ทันรถโรงเรียน ก็ต้องเดิน จากตรงนั้น น่าจะมีส่วนให้ผมกลายเป็นคนรักธรรมชาติ จนผมไปเจอที่ดินแปลงหนึ่ง ที่ราชบุรี เลยซื้อไว้เพื่อทำสวน และประจวบกับมีคนมาจ้างทำรายการเกี่ยวกับสวน

ผมก็เลยผันจากงานแสดง มารับงานพิธีกรมากขึ้น พอได้ทำสวน กลายเป็นชอบมาก ไปสัมภาษณ์ใครมา ปลูกทุกอย่าง สัมภาษณ์ตั้งแต่ชาวไร่ชาวนา ไปจนถึงเจ้าของกิจการ จนรู้ทุกสิ่งอย่าง ปลูกทุกอย่างรถเก๋งมาทำงานนี่มีแต่พืชผล ตะไคร้ ข่า ขิง ใบมะกรูดขนมาเต็มคัน จนหน้ารถลอย เพื่อเอาไปแจกเขา กระทั่งเข้าตากรรมการ สามารถรันงานได้เองแล้ว ผมก็มีงานพิธีกรฟรีแลนซ์ที่ส่วนมากจะเป็นงานราชการ รับจ้างมาทำ และก็มีทำรายการของตัวเอง ทำกับทางอมรินทร์ และเชื่อมโยงกับงานเขียนคอลัมน์ลงหนังสือ “บ้านและสวน” ด้วยครับ