เปิดบ้าน บัวขาว แม้จะรวยร้อยล้านแต่ไม่เคยลืมว่าเป็นลูกชาวนา

เรียกได้ว่าเป้นนักกีฬามวยไทยที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับโลก การขึ้นชกแต่ละครั้งของบัวขาวนั้น สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับค่ายบัญชาเมฆและตัวเขาเอง จนอาจจะเรียกได้ว่า เขาคือนักมวย 100 ล้านเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเห็นได้เป็นประจำในแฟนเพจของค่ายบัญชาเมฆ นอกจากการทำกิจกรรมหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการขึ้นชกของบัวขาวนั้น คือการใช้ชีวิตที่สมถะ ติดดิน และไม่ลืมวิถีการใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเขาเคยเป็นมา

บัวขาว เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2525 ที่จังหวัดสุรินทร์ เริ่มต้นชีวิตอาชีพมวยไทยที่อำเภอสำโรงทาบ และได้เข้ามาร่วมสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข ในตอนอายุ 15 ปี ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในเวทีมวยของเขา และเป็นจุดเริ่มต้นของเข็มขัดแชมป์อีกมากมายนับไม่ถ้วน ในขณะนั้นกระแสกีฬามวยไทยนั้นกำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ทำให้ชื่อของบัวขาว เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว ทั้งในเอเชีย ยุโรป หรือแม้แต่ทวีปอเมริกาเอง แต่ความมีชื่อเสียงของเขา กลับไม่ทำให้วิถีชีวิตของเขานั้นเปลี่ยนไปแต่อย่างใด บัวขาวยังคงกินข้าวกับน้ำพริก ยังคงหว่านแหจับปลาด้วยตัวเอง ยังคงใช้ชีวิตในแบบที่เขาเคยเป็นมา

แต่ด้วยความที่ “บัวขาว” มีอาชีพเป็นนักมวยมีชื่อเสียงระดับโลก ต้องเดินทางไปชกมวยทั้งใน และต่างประเทศ บ่อยครั้ง จึงไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน อีกทั้ง บัวขาว มีพฤติกรรมตีตัวออกห่าง นานๆ ครั้งจะมาหาตัวเองและลูก จนระยะหลังมานี้บัวขาวหายหน้าไปไม่ติดต่อกับตัวเองอีกเลย ทำให้รู้สึกว่า ตัวเอง และลูกถูกทอดทิ้ง ซึ่งที่ผ่านมา ตัวเองเคยขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจาก “บัวขาว” หลายครั้ง แต่กลับถูกเพิกเฉย จึงทำให้ตัวเองต้องออกไปหางานทำ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว และเลี้ยงดูลูกเพียงลําพังนับตั้งแต่คลอดลูก ทั้งที่ บัวขาว เป็นข้าราชการทหารยศร้อยตรี มีเงินเดือนประจํา มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และสามารถมีรายได้จากหลายทาง แต่กลับไม่ทำหน้าที่ของผู้นำครอบครัวที่ดี ด้วยเหตุนี้ นางสาวอัญวีณ์ จึงขอความอนุเคราะห์จากศาลให้ “บัวขาว” จดทะเบียนรับรอง “น้องมีตัง” เป็นบุตร โดยให้ตัวเองเป็นผู้มีอํานาจปกครอง “น้องมีตัง” แต่เพียงผู้เดียว เพราะที่ผ่านมา “บัวขาว” ไม่เคยเลี้ยงดูบุตรมาก่อน และขอให้มีชําระค่าอุปการะเลี้ยงดู “น้องมีตัง” ด้วย 25 ล้าน