ยูโร ยศวรรธน์ ไม่ทิ้งความพยายาม สู้จนมาถึงวันนี้ ขึ้นแท่น พระเอกมาแรง

หนุ่มคนนี้ทั้งเรื่องงานที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เคยเกือบถอดใจออกจากวงการ แต่เพราะความไม่ท้อทำให้สู้ต่อจนมาถึงวันนี้ที่ถูกยอมรับจากฝีมือและความสามารถ รวมไปถึงล้วงเรื่องหัวใจที่พูดเสียงดังฟังชัดว่า ผมโสดครับ รู้สึกกดดันเหมือนกันที่คนมองว่าเป็นการแจ้งเกิดพระเอกอย่างเต็มตัว แต่ผมก็จะเต็มที่กับทุกงาน

เพราะผมทำการบ้านหนักเหมือนกัน เพราะละครที่เล่น ก็ต้องอินกับตัวละครให้มาก ถึงแม้ผมจะยังไม่เก่ง แต่ถ้าได้คุยกับผู้กำกับและเล่นไปในทิศทางเดียวกัน มันจะทำได้ดี และเรื่องต่อไปผมก็จะทำให้มันดีขึ้นกว่านี้ครับ กับกระแส สามีชั่วคืน ผมดีใจครับที่แฟนๆ ชอบ เพราะผมคาดหวังกับเรื่องนี้มากๆ จุดริ่มต้นในวงการ ยูโร เข้ามาทำงานตรงนี้ได้ยังไง? ผมเข้ามาในวงการได้เพราะผู้จัดการส่วนตัวเห็นจากเฟซบุ๊กครับ แล้วเขาก็ทักผมมาว่าสนใจมาเป็นนักแสดงไหม เพราะทางช่องเปิดออดิชั่นรับนักแสดง

พอเข้ามากลัวเหมือนกันนะ เพราะช่วง 4-5 ปีที่แล้วมีข่าวเรื่องผู้จัดการดาราออกมา กลัวว่าจริงหรือเปล่า แต่ผู้จัดการฯผมเขาก็มีนักแสดงที่เขาดูแลคือ เข้ม หัสวีร์ แล้วก็เป็นนักแสดงใหม่ของช่องด้วยในตอนนั้น ผมเลยคิดว่าเขาไม่น่าจะหลอกแล้วแหละ ก็เลยเข้ามาออดิชั่น ก็ไม่คิดว่าจะได้ แต่พอผ่านไป 2-3 อาทิตย์เขาก็ติดต่อกลับมาว่าได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงช่อง ก็ได้เข้ามาทำงานตรงนี้เราเป็นดาวเด่นที่อุดรฯไหม? ไม่ได้ฮอตขนาดนั้นครับ ก็ปกติทั่วไปครับ (รุ่นพี่สุดฮอตของรุ่นน้อง?)

ก็อาจจะประมาณนั้นครับ นิดนึงๆ (หัวเราะ) ถ้าท้อก็คงจะเป็นเรื่องของการแสดง มันมีช่วงนึงที่ช่วงแรกหรือประมาณปีสองปีแรกเป็นความรู้สึกที่รู้สึกแย่มากๆ เพราะว่าผมไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน อยู่ๆก็ได้รับโอกาสมาเป็นนักแสดงมันค่อนข้างยาก เหมือนกันกับการที่จะเป็นตัวละครในแต่ละตัว และแสดงออกมาค่อนข้างที่จะแข็งมากๆ ผมรู้สึกนะว่าผู้กำกับว่าผมแล้วแต่ผมทำให้เขาไม่ได้ก็รู้สึกท้อเหมือนกัน หลายคนอาจจะมองว่าเรารุ่นเดียวกับ เข้ม หัสวีร์ แต่เพื่อนเราไปก่อนแล้ว พอมีการเปรียบเทียบ กดดันไหม?

ไม่ครับ ถ้าพูดจริงๆ เข้ม เข้ามาก่อนผมและ มีโอกาสได้เป็นพระเอกก่อนผมตั้งแต่ เรื่องแรก แต่ด้วยความที่เราสนิทกันมากๆ แล้วเขาก็ซัพพอร์ตผมตลอดนะ เข้มเป็นพระเอกที่มีคนชื่นชอบมากๆในระดับนึงเลย แต่เขาก็ไม่เคยทิ้งผมครับ เขาช่วยตลอด คอยสนับสนุนผมตลอดในทุกๆเรื่อง ผมไม่เคยรู้สึกว่าเราอ่อนกว่าเขาหรือเราแย่ คือเราไม่แข่งกันครับ ถ้าสมมติว่าวันนึงผมมีเรื่องชื่อเสียงมากขึ้นผมก็จะไม่แข่งกับเพื่อนเหมือนกัน คือตอนนี้เป็นเหมือนญาติกันไปแล้ว ก็เจอกันแทบจะทุกอาทิตย์ครับ