น้องสาวที่แสนดี แม้พี่ชายไม่ปกติ แต่ขอดูแลไม่ห่าง

พรีม รณิดา นางเอกชื่อดัง โดยพรีมได้เผนถึงชีวิตนอกจอของเธอ พรีมต้องเป็นผู้นำครอบครัว ตั้งแต่ตัวเองอายุ 20 โดยเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 14-15 แล้ว เพราะแม่ต้องดูแลพี่ชาย ช่วงแรกพรีมไม่มีความคิดว่าจะเข้าวงการบันเทิงเลย พรีมโตที่เมืองนอก ซึ่งที่เมืองนอกเขาจะมีความคิดเห็นต่อวงการบันเทิงที่แตกต่างกัน พรีมก็คิดว่ามันเป็นวงการที่ห่างไกลจากตัวเราด้วย

ปกติพรีมเป็นคนอาย ไม่กล้าแสดงอารมณ์ต่อหน้ากล้อง ช่วงแรกๆ ก็ทำตัวไม่ถูก แต่พอเราเริ่มเล่นละคร ได้รับบทที่ท้าทายมากขึ้นก็เริ่มสนุกมากขึ้น จริงๆ วงการนี้สอนอะไรกับพรีมหลายอย่าง ไม่ว่าวินัย ความรับผิดชอบในการทำงาน การสื่อสารกับคนอื่นๆ และที่สำคัญ คือ สอนให้รู้จักตัวเองมากขึ้น พอเราต้องอยู่กับคนเยอะๆ เราต้องทำให้ตัวเองแข็งแรง จุดที่เลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียวทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เราสามารถซื้อบ้านหลังใหม่ ซื้อรถคันใหม่ได้ จุดนั้นจึงทำให้พรีมได้รู้ตัวจริงๆ ว่า ความรับผิดชอบของเรา

ก็ได้มาถึงจุดนี้แล้วนี่หน่า พรีมภูมิใจนะคะ มันเป็นสิ่งที่ทำให้พรีมมีแรงขึ้น ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ แล้ว เราเก่งและแข็งแรงกว่าที่เราคิดมันเป็นสิ่งที่พรีมให้กำลังใจกับตัวเอง บางครั้งการที่เราคิดว่าจะทำไม่ได้ แต่ถ้ามองย้อนกลับไปมันก็พิสูจน์ได้ว่า เราทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดซะอีก พี่ชายไม่สบาย แต่ไม่เคยมองว่าผิดปกติ พรีมมองว่าพรีมไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษเลย พี่ชายของพรีมเขามีความผิดปกติ ที่ทำให้เขาสื่อสารได้ช้ากว่าคนอื่นๆ เท่านั้น พรีมเป็นน้อง ห่างกับเขาหนึ่งปี พรีมเกิดมาก็มีพี่ชายแล้ว พรีมไม่เคยมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ

เหมือนเป็นความเคยชินมากกว่าที่พรีมโตมากับพี่ ชินกับการเล่นกับพี่ วิธีการเล่นที่เล่นยังไง จะกระตุ้นเขาได้ยังไง ตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่จะเป็นคนซีเรียสกับตรงนี้ด้วยว่า ไม่ให้คิดว่าพี่เราเป็นแบบนี้แล้วต้องปลง นอกจากนี้พรีมได้พูดถึงคุณพ่อคุณแม่ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ เขาจะเลี้ยงพรีมในแบบที่ไม่อยู่ในกรอบมาก ให้ได้ลองผิดลองถูก ไม่ว่าจะตัดสินใจอะไรก็แล้วแต่ พรีมจะปรึกษาพวกเขา ซึ่งเขาไม่ใช่คนที่ให้คำปรึกษาเต็มร้อย แต่เขาจะแนะนำส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็จะสนับสนุนให้พรีมได้คิดด้วยตัวเอง