เอ ศุภชัย บ้านหรูที่เชียงใหม่

สมเป็นบ้านของผู้จัดการและนักปั้นมือทองอย่าง เอ ศุภชัย จริงๆ เพราะบ้านที่เชียงใหม่ สวยอลังการทุกมุม แถมยังตั้งอยู่ในถนนสุดฮิปของเมืองเชียงใหม่ และตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานบันเทิงชื่อดัง หลายคนคงหายสงสัยไปได้ ถ้าเห็น เอ ศุภชัย หิ้วกระเป๋า เที่ยวอยู่แถวนิมมานเหมินท์ งานนี้ชาวเชียงใหม่คงอิ่มตาอิ่มใจ เพราะ พี่เอ คงไม่พลาดพาดาราในสังกัดมาเที่ยวด้วยแน่ๆ ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร นักปั้นมือทองคนดังของวงการบันเทิง

ถือโอกาสบินไปพักผ่อนรับลมหนาวสูดอากาศดีๆ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่เจ้าตัวได้ไปสร้างบ้านพักสุดหรูไว้ และเมื่อเดินทางถึงแล้ว พี่เอ ได้บ้านหลังงามให้ได้ชมกัน เรียกว่าอลังการงานสร้าง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เตียงนอนที่หรูหรา เชื่อว่านอนแล้วไม่อยากลุกเลยจริงๆบ้านสวยทุกตารางนิ้ว แต่ที่สะดุดสายตาทุกคนนั่นคืออ่างจากุชชี่อันใหญ่โตในห้องน้ำที่ พี่เอ ตั้งใจสร้างไว้เป็นแบบชั้นลอยภายในห้องนอน บอกเลยว่าดูเซ็กซี่ขยี้หัวใจมากจริงๆ เห็นแบบนี้แล้วอยากรู้เลยว่า พี่เอ อยากแช่น้ำกับใครกัน

ซึ่งหลังจากที่ พี่เอ ได้โพสต์โชว์บ้านแบบทุกซอกทุกมุม จากนั้นเจ้าตัวได้บอกว่า ยังนอนคนเดียวเหมือนเดิม ก็ไม่รู้ว่าแอบกระซิบสื่อถึงใครกันคะ พูดถึงบทบาทผู้จัดการดาราบ้าง คุณยังดูแลน้องๆ นักแสดงใกล้ชิดเหมือนเดิมไหม ใกล้ชิดค่ะ เราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน เด็กในสังกัดจะซื้อบ้านละแวกเดียวกัน เพราะเขาคุ้นเคยโลเกชั่นนี้ตั้งแต่สมัยอยู่บ้านเรา อย่างบ้านณเดชน์ก็อยู่ใกล้ๆกัน บางทีแม่แก้วไปเที่ยวไหนก็ซื้อของมาฝาก หรือเวลาเราไปเที่ยวบ้างก็ซื้อของมาให้ กับอั้ม พัชราภา ที่ทำงานมาด้วยกัน

ตั้งแต่วันแรกล่ะ แค่มองตาก็รู้ใจแล้ว อั้มนิสัยดีและรักพวกพ้องมาก เห็นชอบแกล้ง ชอบอำ แต่เวลาเรามีปัญหา อั้มจะเป็นคนแรกที่มาหา อย่างช่วงหนึ่งที่เรามีข่าวขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดาราที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือลูกน้องตัวเองนำดาราไปทำอะไรอย่างนี้ อั้มก็เป็นคนแรกที่ขับรถมาหาที่บ้านแล้วบอกว่า ฉันรู้สึกว่าเธอต้องไม่สบายใจแน่เลย เดี๋ยวมาทำกับข้าวกินกันนะ ภูมิใจ กับเส้นทางของตัวเองแค่ไหน คิดถึงเส้นทางของตัวเองทุกวันเลย ช่วงต้นปีที่โลกออนไลน์เล่น 10 Year Challenge

 

นำรูปสมัย 10 ปีก่อนมาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน พอเราค้นรูปเก่าๆ ก็ทำให้เจอรูปสมัย 20-30 ปีก่อนด้วย พอดูแล้วก็ทำให้คิดว่าโห เราผ่านอะไรมาเยอะ เริ่มจากการเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เรียนหนังสือที่โรงเรียน วัดทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วมาเรียนต่อที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เป็นเด็กผู้ชายหัวโปก มาถึงวันนี้ที่แต่งหน้า ทำผม ใส่วิกผมโดยไม่ต้องอายแล้ว ซึ่งเราก็รู้สึกอิสระ และมีความสุขด้วย

หลังจากเรียนจบมัธยมก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯมาเรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ซึ่งสำหรับเราเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะสนุกมาก จากนั้นก็ทำงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตลอดจนมาถึงวันนี้