ป้าไพมณี

จากกรณี หวยอลเวง 12 ล้าน “ป้าไพ” นางรำรุ่นใหญ่อ้างถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แต่ต้องชวดเงินก้อนโต ทั้งที่มีชื่อสลักหลังลอตเตอรี่ เหตุแม่ค้ายืนกรานไม่ได้จ่ายเงินนำลอตเตอรี่ไปขายคนอื่นแล้ว ขณะที่กองสลากฯสั่งอายัดหวยแล้วตามที่ตำรวจสกลนคร ยื่นเรื่องมาขอสอบสวนจนกว่าคดีจะได้ข้อยุติหวยเป็นของใครกันแน่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 มี.ค.2564 ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จ.สกลนคร นางรัตนา แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ได้เดินทางมาถึงเป็นคนแรก เพื่อรอทำพิธีสาบานโดยนางรัตนาแต่งกายด้วยชุดสีขาว แสดงถึงความบริสุทธิ์ ส่วน นางไพมณี ผู้ที่อ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 ได้แต่งกายด้วยชุดนางรำภูไทย และเป็นชุดที่สวมใส่ในวันที่ 24 ก.พ.2564 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ โดยนางไพมณีเดินทางมาถึงที่วัดเวลาประมาณ 08.50 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะเริ่มทำพิธีสาบาน ทางเจ้าหน้าที่ของวัดพระธาตุเชิงชุมฯ ได้มาพูดคุยทำความเข้าใจกับทั้งสองคนว่า ห้ามสาบแช่ง หรือพูดสิ่งที่ไม่ดีต่อกันขณะที่ทำพิธีสาบานต่อหน้าองค์พระประธาน พระพุทธรูปในโบสถ์

ต่อมาเวลา 09.00 น. ทั้งสองฝ่ายได้นั่งหน้าพระประธาน และกล่าวคำสาบาน ซึ่งนางไพมณี เป็นผู้ที่เริ่มสาบานก่อน โดยกล่าวว่า ที่ตนมาวันนี้ตนไม่ได้มาสาบาน ตนมาเพื่อหาลอตเตอรี่ที่ตนซื้อไปว่าอยู่ที่ไหน ให้คนที่ซื้อไปเอามาคน ถ้าไม่ถูกรางวัลตนก็จะได้ยอมรับความจริง ถ้าถูกรางวัล ก็ให้มาตกลงกันตนไม่เคยคิดที่จะมาสาบานหรือสาบแช่งให้ต้องมีคนตาย 5 วัน 7 วัน

ด้าน นางรัตน์ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้มาแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ยักยอกลอตเตอรี่ไป ไม่ได้เอาไว้ที่ญาติพี่น้อง ไม่รู้ว่าลอตเตอรี่ตัวนั้นเป็นเลขอะไร และไม่เห็นตอนที่นางไพมณีเขียนชื่อด้านหลังลอตเตอรี่ แต่ได้ยื่นปากกาให้จริง เขาจองแล้ว เขาไม่มารับ ตนจึงจำเป็นต้องขายออกไป

ทั้งนี้ หลังจากที่ทั้งสองคนได้กล่าวคำอธิษฐานเสร็จก็ได้ให้สัมภาษณ์ โดย นางไพมณี กล่าวว่า วันนี้ตนได้มาไหว้พระ และแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เป็นการมาสาบานเพราะการสาบานจะต้องสาบแช่งกัน ตนไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น ส่วนประเด็นที่ท้านางรัตนามาสาบานแล้วตนไม่สาบาน แต่กลับพูดกล่าวคำอธิษฐานแทนนั้นเนื่องจากไม่อยากให้มีการสาบแช่งกัน จึงไม่อยากสาบาน

“แต่ถ้าเขาอยากนัดดิฉันมาสาบานใหม่ ดิฉันก็ยินดี ไม่ได้โกรธ แต่เท่าที่เห็นท่าทีเขาวันนี้ ดิฉันไม่สบายใจ เพราะนางรัตนาเอาญาติมาสาบานด้วยเยอะ ทำให้ไม่สบายใจเหมือนมีคนพานางรัตนาพูดทุกคำ เหมือนเขาไม่ได้ทำออกมาจากใจจริง ส่วนเรื่องคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ถ้าเคลียร์กันได้ก็อยากคุยกัน แต่ถ้าไม่ได้ก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป”นางไพมณี กล่าว

ด้าน นางรัตนา กล่าวว่า ที่มาสาบานวันนี้ มาตามคำท้าของนางไพมณี แต่พอนางไพมณีไม่สาบาน ตนก็รู้สึกเสียใจ และตนก็ได้พูดกล่าวแสดงความบริสุทธิ์ต่อหน้าองค์พระประธานวัดพระธาตุเชิงชุมฯแล้ว สำหรับตนก็น้อยใจ ทำไมนางไพมณีต้องไปแจ้งความ ทั้งที่พูดคุยกันได้ ก็น่าจะมาพูดคุยกันก่อน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ตนได้รับความเสียหายทั้งโลกมองตนว่าตนยักยอกลอตเตอรี่ไปแล้ว