แฉพิรุธหวย 12 ล้าน คนขายรีบเข้ากรุง ขอท้าชนสาบานกับนางรำ

กรณีหวย 12 ล้าน หลังจากนางไพมณี พลราชม อายุ 57 ปี อาชีพค้าขายในเขตเทศบาลนครสกลนคร ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เมื่อวันที่ 6 มี.ค.64 ที่ผ่านมา อ้างว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลขรางวัล 835538 งวดวันที่ 1 มี.ค.64 แต่ลอตเตอรี่อยู่กับคนขายจากการจองไว้ แต่คนขายกลับบอกว่าขายไปแล้ว

นางไพมณี พลราชม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 ที่ผ่านมา ในช่วงค่ำตนได้ไปรำบวงสรวงที่วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง จากนั้นตนอยากเสี่ยงโชคเลขท้ายรถเก๋ง 538 ซึ่งเป็นเลขที่จะซื้ออยู่ในใจ จึงไปเจอเลขดังกล่าวกับคนขายลอตเตอรี่ที่ซื้อกันเป็นประจำ และเห็นว่ามีอยู่ 2 ใบที่เป็นเลข 835538 ตนเห็นว่าแปลกดี จึงตกลงซื้อขายกันโดยการขอจองไว้ก่อน เพราะวันนั้นตนลืมเอากระเป๋าเงินไป จึงติดหนี้ไว้และขอเขียนชื่อไว้ข้างหลังลอตเตอรี่ 2 ใบ เมื่อเจอกันวันหลังค่อยเอาให้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

ต่อมาวันที่ 1 มี.ค.64 ตนคิดว่าน่าจะถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จึงตั้งใจว่าจะโทรหาคนขายแต่ก็ลืม จนวันที่ 4 มี.ค.64 พบว่าตนถูกรางวัลที่ 1 จึงรีบโทรขอลอตเตอรี่กับคนขายแต่กลับได้รับคำตอบว่าขายไปแล้ว ตนจึงถามว่า “ขายไปได้ไง ตกลงซื้อกันแล้ว” คนขายก็บอกว่า “ซื้อก็ช่าง เพราะไม่ได้จ่ายเงิน”

ล่าสุดวันที่ 8 มี.ค.64 ทีมข่าว ได้มาพูดคุยกับนางรัตนา ภูละคร แม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่ให้กับนางไพมณี โดยวันนี้เวลา 09.00 น. นางรัตนา ได้เดินทางไปที่สำนักงานบังคับคดี จ.สกลนคร เพื่อปรึกษาอัยการเกี่ยวกับการณีลอตเตอรี่อลเวง 12 ล้านดังกล่าว

โดยก่อนเข้าพบอัยการ นางรัตนา ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า แม้ฝั่งคู่กรณีจะยืนยันว่าเขาถูกรางวัลที่ 1 กับตนจริง แต่เขาก็ไม่มีหลักฐาน โดยวันที่ 24 ก.พ.64 ก็เป็นเหตุการณ์ที่ชุลมุน เนื่องจากมีนางรำอยู่ด้วยกันเยอะตนก็ทั้งอยากรำ ทั้งอยากขายหวย แต่สักพักนางไพมณี ได้บอกกับตนว่า “ขอจองลอตเตอรี่ใบนี้ไว้นะ”และนางไพมณีก็บอกกับตนว่า เขาเขียนชื่อไว้ด้านหลังลอตเตอรี่ ตนก็ไม่ได้ดูและไม่ได้สังเกต เพราะช่วงนั้นมันชุลมุน

สำหรับลอตเตอรี่เวลาที่ลูกค้าจอง ตนจะมีการพับกระดาษสีที่แนบมากับลอตเตอรี่ พร้อมกับเขียนชื่อลูกค้า ราคา เอาไว้ เพื่อเป็นการยืนยันการจองลอตเตอรี่ แต่กรณีของนางไพมณี ไม่ได้มีการเขียนแบบนี้ไว้ในวันที่ 24 ก.พ.64 ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ได้ติดต่อไปหานางไพมณี ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.64 จนถึงวันหวยออกวันที่ 1 มี.ค.64 เพราะว่าตนมาดูในกระเป๋าของตนที่เป็นหวยของลูกค้าที่จองไว้บนหัวกระดาษ ไม่มีชื่อของนางไพมณี เขียนกำกับไว้

กรณีที่นางไพมณี สงสัยว่าตนไม่ได้ขายลอตเตอรี่ ที่คาดว่าจะเป็นรางวัลที่ 1 แต่ตนเก็บลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวไว้นั้น ตนขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ตนซื้อลอตเตอรี่มาเพื่อมาขายให้หมดเพื่อที่จะเอาเงินมาซื้อรอบต่อไป ตนไม่รู้ว่าลอตเตอรี่ที่นางไพมณีจองจะเป็นรางวัลที่ 1 จริงหรือไม่ ให้ตนสาบานตนก็กล้า ตนอยากถามคู่กรณีว่าจองไว้แล้วทำไม่ไม่โทรมาย้ำคู่กรณีจำได้หรือไม่ว่าซื้อลอตเตอรี่หมายเลขอะไร ตนคิดว่าคู่กรณีคงจำตัวเลขได้ไม่หมด เขาคงกล่าวหาตนลอย ๆ เพื่อที่จะเค้นเอาความจริงจากตน

ในวันนี้ที่ตนเดินทางมาที่สำนักงานบังคับคดี เพราะตนอยากจะมาปรึกษาเจ้าหน้าที่ ตนความรู้น้อย จึงอยากจะมาขอคำปรึกษาว่าเรื่องแบบนี้ตนจะดำเนินการอย่างไร ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสกลนคร ติดต่อให้ตนไปให้ปากคำ เพราะที่ผ่านมาได้สอบถามกับนางไพมณี ฝ่ายเดียวเท่านั้น ตนยินยอมให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบตนทุกอย่าง

สำหรับแผงลอตเตอรี่ของตน ไม่สามารถเช็กย้อนหลังได้ว่ามีรางวัลที่ 1 อยู่ในแผงหรือไม่ เพราะตนไปรับลอตเตอรี่มาจากหลายที่ โดยรับมาจาก อ.วังสะพุง จ.เลย อ.เมืองสกลนคร และจากเพื่อน ๆ ที่ขายหวยด้วยกัน ตนไม่ได้รับมาแบบโควตาจึงเช็กไม่ได้ 1 แผงจะมี 900 ใบ และมีการเอามาจากเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ตนรู้สึกสบายใจขึ้น ที่อัยการให้ความกระจ่างกับตน หลังจากนี้เวลาขายหวยตนจะต้องรัดกุม จะต้องโทรยืนยันกับลูกค้าที่มีการจอง และจะต้องมีการนัดเวลาส่งลอตเตอรี่วันเวลาจ่ายเงิน ช่องทางการจ่ายเงิน ให้ชัดเจนกว่านี้ ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนให้ตนแล้วว่าการจองปากเปล่ามันจะเกิดปัญหา จากนั้นนางรัตนา ได้ยกมือขึ้นมาพนมพร้อมสาบานว่า ไม่ได้เอาลอตเตอรี่ไป ถ้าใครถูกลอตเตอรี่ที่มีชื่อของนางไพมณี ก็ให้ความกระจ่างกับตน ตนจะไม่ได้ถูกกล่าวหาอีกต่อไป

ด้านนางไพมณี พลราชม ผู้ที่ซื้อหวยให้สัมภาษณ์วีว่า วันนี้ตนก็ได้เดินทางหาพยาน ที่อยู่กับตนตอนซื้อหวยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 เพื่อให้เขามาเป็นพยานให้ตนว่าวันดังกล่าวเขาเห็นตนจองลอตเตอรี่ และเห็นตนเขียนชื่อด้านหลังลอตเตอรี่ เห็นตนคุยกับคนขายแบบที่ตนอ้าง เพื่อที่จะยืนยันได้ว่าตนไม่ได้พูดเท็จ

โดยพยานทั้ง 3 คนก็ยืนยันว่า เห็นตอนที่ตนจองหวย และตนมีการพูดว่าลอตเตอรี่ เป็นเลขแปลก ๆ 835 538 “เลขแปลก ๆน่าจะออกรางวัลที่ 1” ซึ่งประโยคนี้พยานของตนเขาก็ยืนยันว่าได้ยินตนพูดแบบนั้น พยานที่ตนไปเจอมาเขาเห็นตอนตนจองหวย เห็นตอนตนเขียนชื่อ และได้ยินตอนตนพูด ซึ่งตนยืนยันว่าตนพูดแบบนี้จริง ๆ แต่ตนไม่ได้ถ่ายภาพไว้

ทั้งนี้ตนสงสัยว่า นางรัตนา จะไม่ได้ขายลอตเตอรี่ชุดที่ตนจอง แต่เขาเก็บเอาไว้ที่ตัวเอง เพราะตอนที่ตนโทรหาเขาเมื่อวันที่ 4 ก.พ.64 เขาตอบตนว่า “พี่ซื้อกับหนู พี่จ่ายเงินหนูหรือยัง” ตนจึงตอบเขาว่ายังไม่ได้จ่าย จากนั้นนางรัตนาจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ไม่มีสิทธิ์” เรื่องของคดีตนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนตนก็มีหน้าที่หาพยาน เบื้องต้นตนยังไม่เจอบุคคลที่ซื้อลอตเตอรี่ใบดังกล่าว ซึ่งถ้ามีคนซื้อลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวไปจริง ๆ ตนก็อยากให้นึกถึงใจเขาใจเรา ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 กว่าจะซื้อถูกมันไม่ได้ง่าย แม้แต่เลข 2 ตัว 3 ตัว ยังต้องพึ่งดวง ตนไม่ได้นึกถึงว่าตนจะแพ้หรือชนะ ตนนึกถึงความจริง นึกถึงคุณธรรม และจริยธรรม

อยางไรก็ตาม ที่ตนตัดสินใจเขียนหลังลอตเตอรี่ เพราะตนเคยดูในข่าวว่า ถ้าลอตเตอรี่เป็นของใคร ให้เขียนชื่อไว้ ตนจึงเขียน ตนก็แปลกใจว่าเขาจะไม่เห็นได้อย่างไรเพราะเขาเป็นคนนำปากกาให้ตนเขียน ซึ่งเขาพูดว่า “ถ้าพี่จะเอาให้เขียนชื่อไว้เลย” ตนไม่เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างตนพูดจริง ใครถามตนก็พูดเหมือนเดิมมีคนถามว่าตนต้องการอะไร ตนตอบได้เลยว่า ตนต้องการความจริง ใครทำอาชีพค้าขายก็ซื่อสัตย์กับหน้าที่ของตัวเองด้วย

ต่อมาทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาพบกับนางวิมลรัตน์ บุญวิจิตร พยานคนที่ 1 ซึ่งตอนที่ทีมข่าวไปถึงบ้านของวิมลรัตน์นั้น เจ้าตัวกำลังจุดธูปเสี่ยงหวยพอดี ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 24 ก.พ.64 ตนและนางไพมณี พร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 2 คน รวม 4 คน (นางไพมณี นางกัณทิพย์ นางเพ็ญศรี นางวิมลรัตน์) ได้นั่งรอบวงสรวงองค์พระธาตุนารายณ์เจงเวงจากนั้นแม่ค้าหวยก็เดินถือแผงลอตเตอรี่เข้ามา ซึ่งตนและเพื่อน ๆ ก็ต่างเลือกลอตเตอรี่ โดยตนได้เลข 92 ส่วนนางไพมณี ตนได้ยินเขาพูดขึ้นมาว่า “เลขสวยจัง” ตนยังได้พูดตอบกลับว่า “เลขมันกลับไปกลับมาดีจัง”

จากนั้นตนก็เห็นนางไพมณี หาปากกาเพื่อจะเขียนจอง แต่ตอนนางไพมณีเซ็นชื่อหลังลอตเตอรี่นั้น ตนไม่เห็นเพราะตนลุกขึ้นไปเตรียมตัวรำแล้ว และตนก็ไม่เห็นตัวเลขในลอตเตอรี่เพราะตนนั่งฝั่งตรงข้าม แต่มีเพื่อนนางรำอีก 2 คนที่เห็นตอนนางไพมณี จองลอตเตอรี่ เพราะเขานั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน เหตุการณ์วันนั้นก็ไม่มีใครถ่ายภาพลอตเตอรี่ไว้ตนก็พร้อมที่จะเป็นพยานให้กับนางไพมณี

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางสวย ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 2 มี.ค.64 ตนโทรศัพท์ไปหานางรัตนา บอกว่าจะไปกรุงเทพฯ ตนจึงถามเขาว่าจะไปทำอะไร เขาบอกว่าจะไปซื้อลอตเตอรี่มาขายซึ่งตนก็ยังแปลกใจลอตเตอรี่ซื้อที่ จ.สกลนคร ก็ได้ ทำไมต้องไปซื้อที่กรุงเทพฯ

ส่วนตัวแล้วตนรู้จักกับนางรัตนาดี ตนจึงคิดว่าเขาพูดความจริงไม่หมด แต่ตนก็พูดไม่ได้ว่าทำไมตนถึงสงสัยนางรัตนา แต่ตนได้บอกนางรัตนาว่า “ถ้าเอาของเขาไปก็เอาไปคืนเขานะ แบ่งกันคนละ 6 ล้านก็ยังดี” แต่นางรัตนา ก็ยืนยันกับตนว่าไม่ได้เอาลอตเตอรี่เจ้าปัญหาไป ตนก็เตือนเขาว่าตนจะเป็นคนกลางให้ เพราะไม่อยากให้เป็นคดีเหมือนหวย 30 ล้าน