ทำเอาขนลุกซู่ เมื่อพิธีกรและดีเจชื่อดัง “ดีเจมะตูม เตชินท์” มาเปิดใจกลางรายการดังอย่าง “โหนกระแส” เล่าย้อนวีรกรรมเฉียดฉิวสุดระทึกขวัญ หลังเคยเป็นหนึ่งในอดีตหุ้นส่วนของโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว แต่กลับเกิดจุดพีกที่ทำให้เจ้าตัวต้องรีบเบรกหัวทิ่มและขอถอนหุ้นออกแทบจะในทันที หลังจากที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเห็นสภาพโครงสร้างของร้านด้วยตาตัวเองเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
โดย ดีเจมะตูม ได้แฉยับถึงสภาพโครงสร้างชวนอึ้งว่า ลักษณะของตัวร้านนั้นมีเพดานที่ค่อนข้างเตี้ยและไม่สูงมากนัก ซึ่งด้วยความที่เจ้าตัวเป็นคนตัวสูงถึง 193 เซนติเมตร หากลองขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ก็สามารถเอื้อมมือแตะถึงเพดานได้อย่างสบายๆ ทางร้านจึงใช้วิธีพรางตาด้วยการใช้โต๊ะเตี้ยๆ เพื่อหลอกตาให้บรรยากาศดูโปร่งโล่งขึ้น แต่สิ่งที่น่าตกใจและเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่สุดก็คือ บริเวณด้านบนเพดานนั้นกลับถูกบุด้วย “โฟม” ซึ่งถือเป็นวัสดุติดไฟง่ายและเป็นอันตรายขั้นสุดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมทุนในโปรเจกต์นี้ เจ้าตัวเล่าว่าสมัยก่อนตอนเป็นสายปาร์ตี้เที่ยวกลางคืน ได้มีโอกาสรู้จักมักจี่กับ “นาย A” เจ้าของร้านคนปัจจุบัน ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจสายนี้มาจากต่างจังหวัด และมารู้จักกันจริงๆ จังๆ ที่ร้านแถวโซนบางเขน โดยตอนแรกที่ตกลงพูดคุยกันนั้น รูปแบบของร้านไม่ได้ตั้งเป้าให้เป็นโรงเบียร์ตั้งแต่แรก และตัว มะตูม เองก็รับหน้าที่ดูแลเฉพาะส่วนของการทำ PR โปรโมตผ่านสื่อในมือเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือรับรู้ระบบการจัดการหลังบ้านเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งถึงช่วงที่ร้านเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ดีเจมะตูม ได้เข้าไปดูสถานที่จริงและสังเกตเห็นว่าโครงสร้างมีประตูทางเข้า-ออก 4 ทาง ซึ่งภาพถ่ายในวันนั้นคือภาพแรกและภาพเดียวที่เขาได้เห็นสถานที่จริง ก่อนที่เซนส์จะบอกให้รีบชิ่ง เจ้าตัวจึงตัดสินใจโบกมือลาและขอถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนในทันทีแบบไม่ต้องคิดซ้ำสอง ประกอบกับในช่วงเวลานั้น มะตูม กำลังมีคิวต้องไปแคสต์งานที่ต่างประเทศพอดี จึงถือเป็นจังหวะฟ้าประทานที่ทำให้รอดพ้นจากโปรเจกต์นี้มาได้อย่างหวุดหวิด