บันเทิง

ไก่ ภาษิต – ตูน ปรินดา ไขข้อสงสัย การรับหิ้วของลูกเรือ

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ทำเอาคนในสังคมทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์วิพากษ์วิจารณ์ สำหรับกรณีสุดช็อกที่มีแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวคาเปิดสนามบินที่ประเทศออสเตรเลีย หลังตรวจค้นเจอของต้องห้ามซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งดราม่าระดับชาตินี้ถูกนำมาขยี้ต่ออย่างดุเดือดในรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ โดยสองผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง “ไก่ ภาษิต” และ “ตูน ปรินดา” ซึ่งความพีคอยู่ตรงที่ทั้งคู่ต่างเป็น “ศิษย์เก่าสายการบิน” ที่เคยทำหน้าที่สจ๊วตและแอร์โฮสเตสมาก่อน จึงขอใช้พื้นที่นี้ขุดอินไซด์เบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมการรับหิ้วของ” มาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือก

โดยฝั่งของสาว “ตูน ปรินดา” อดีตแอร์โฮสเตสสาวสวย ได้ออกมาจำแนกพฤติกรรมการรับหิ้วของของลูกเรือออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ เพื่อให้คนฟังเข้าใจง่ายขึ้น แบบแรกคือการรับหิ้วสิ่งของปริศนาโดยที่ตัวเองไม่รู้ไส้ในเพื่อนำไปส่งต่อให้คนปลายทาง ส่วนแบบที่สองคือตัวลูกเรือไปกว้านซื้อของมีมูลค่าอย่างกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู หรือเครื่องสำอางยอดฮิตมาเองเพื่อกินส่วนต่างจากค่าหิ้ว ซึ่งเธอแชร์จากประสบการณ์ตรงที่เคยบินมา 3 ปี รวมถึงเปิดสายต่อสายตรงไปเช็กกับเพื่อนสนิทที่เป็นแอร์ฯ มายาวนานกว่า 18 ปี ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พฤติกรรมแบบแรกที่รับของไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาถือไว้นั้น แทบจะเป็นศูนย์และไม่เคยเห็นใครกล้าเสี่ยงทำในชีวิตจริงเลยสักครั้ง

ขณะที่ “ไก่ ภาษิต” อดีตสจ๊วตหนุ่มรุ่นพี่เมื่อ 20 ปีก่อน ก็ได้ช่วยเสริมทัพตอกย้ำความน่ากลัวของกฎข้อนี้ทันทีว่า ในวงการการบินนั้น “การมีคนนำของมาฝากให้เรานำขึ้นเครื่อง หรือขอให้เราช่วยหิ้วข้ามประเทศ” ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับสากลโลก โดยในอดีตสังคมลูกเรือมักจะมีคำพูดเตือนสติฝังหัวซ้ำๆ กันอยู่เสมอว่า “ระวังโดนยัด” ซึ่งนี่คือสิ่งที่คนทำงานบนฟ้าทุกคนกลัวขึ้นสมอง และมักจะมีการหยิบยกเคสอุทาหรณ์ในอดีตมาฉายซ้ำเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมอยู่ตลอดเวลาและไม่ให้ใครริอาจเดินซ้ำรอย

ก่อนที่ “ตูน ปรินดา” จะขอทิ้งทวนฟาดธงคำพูดแบบเคลียร์คัตว่า โดยปกติแล้วสายการบินแห่งชาติอย่างการบินไทย เวลาที่รับสมัครแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วตเข้ามาทำงาน ไม่ใช่ว่าแต่งตัวสวยหล่อแล้วจะเดินขึ้นไปบินได้เลยทันที แต่ทุกคนต้องผ่านการอบรมเคี่ยวกรำในคอร์สสุดโหดและยาวนานหลายเดือน ซึ่งสิ่งที่คุณครูผู้ฝึกสอนทุกคนจะเน้นย้ำสาดคำพูดใส่หูอยู่ทุกวันคือ “ห้ามไปรับของจากใครเด็ดขาด” งานนี้เธอจึงขอฟันธงแบบไม่ต้องสืบเลยว่า แอร์ฯ สาวรายที่เป็นข่าวฝ่าฝืนกฎในครั้งนี้ ย่อมต้องรู้กฎระเบียบข้อห้ามนี้ดีอยู่เต็มอกร้อยเปอร์เซ็นต์ และรู้แก่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้

admin

Recent Posts