กลายเป็นบทสัมภาษณ์ที่บีบหัวใจและสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้รับชมเป็นอย่างมาก หลัง “ทราย สก๊อต” ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาถึงมรสุมชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ ภายหลังจากที่ทางตระกูลและบริษัท บุญรอด ได้ร่อนแถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นของเจ้าตัว โดยทรายยอมรับตรงๆ ว่ารู้สึกเสียใจและผิดหวังแบบสุดๆ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเลือกที่จะอดทนต่อสู้กับความเจ็บปวดและกดทับความรู้สึกตัวเองเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของทั้งตระกูลและองค์กรมาโดยตลอด แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง พร้อมทิ้งประโยคเด็ดชวนฉุกคิดว่า เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า “หัวใจสิงห์” อาจเป็นเพียงแค่คำโฆษณาเท่านั้น
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ล่าสุดนักกฎหมายชื่อดังอย่าง “ทนายเจมส์-นิติธร แก้วโต” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านพื้นที่ส่วนตัวด้วยการแชร์โพสต์สรุปคำสัมภาษณ์ของทราย พร้อมเขียนข้อความสั้นๆ แต่กินใจว่า “เป็นกำลังใจให้ครับ” นอกจากนี้ทนายเจมส์ยังได้หยิบยกช่วงหนึ่งที่ทรายตอบคำถามนักข่าวเรื่องที่มีคนพาดพิง ซึ่งแม้ว่าเจ้าตัวจะมีสีหน้าเรียบเฉย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากและยักไหล่เบาๆ แต่คำตอบที่สั้นและเปี่ยมไปด้วยความสุภาพของทรายนั้น กลับทรงพลังจนสามารถ “ได้ใจคนดู” ไปเต็มๆ
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักกฎหมายคนดังออกมาซัปพอร์ตหนุ่มทราย เพราะก่อนหน้านี้ทนายเจมส์เคยโพสต์ข้อความสุดซึ้งถึงเรื่องราวของทรายเอาไว้ว่า ในวันนี้ทรายได้เติบโตมากพอที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องเด็กชายวัย 11 ขวบคนนั้น ซึ่งหมายถึงตัวของทรายเองในอดีตที่เคยถูกพรากความสดใสและเผชิญกับฝันร้ายจากเหตุการณ์ล่วงละเมิดในวัยเยาว์ และเด็กคนนั้นสมควรที่จะได้รับความยุติธรรมคืนมาในท้ายที่สุด
สำหรับกระแสในโลกออนไลน์พากันกระหน่ำกดไลก์รัวๆ ให้กับการเคลื่อนไหวของทนายเจมส์ในครั้งนี้ พร้อมทั้งหลั่งไหลเข้าไปส่งกำลังใจให้หนุ่มทรายอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยชาวเน็ตจำนวนมากต่างชื่นชมในความกล้าหาญของทรายที่ยอมก้าวข้ามความกลัวเพื่อออกมาพูดความจริง และหวังว่าพลังแห่งความถูกต้องจะช่วยเยียวยาบาดแผลในใจที่บอบช้ำมาอย่างยาวนานให้ดีขึ้นได้ในเร็ววัน
นอกเหนือจากกระแสการส่งกำลังใจแล้ว บนโลกโซเชียลยังมีชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งที่ออกมาแสดงความขอบคุณไปยังบุคคลและสื่อผู้มีบทบาทสำคัญอย่าง สนธิ (ลิ้มทองกุล), ปานเทพ (พัวพงษ์พันธ์) รวมถึง บ้านพระอาทิตย์ ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นกระบอกเสียงขับเคลื่อน และเรียกร้องความยุติธรรมในคดีนี้อย่างจริงจัง จนทำให้สังคมตื่นตัวและหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงรวมถึงสิทธิส่วนบุคคลในครอบครัว ซึ่งมหากาพย์ดราม่าศึกสายเลือดครั้งนี้ยังคงเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมต้องจับตาดูบทสรุปต่อไปอย่างใกล้ชิด
กลายเป็นประเด็น…