นักแสดงตลกชื่อดัง “จตุรงค์ มกจ๊ก” หรือ “จตุรงค์ พลบูรณ์” ได้ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ SAD Bar ของพิธีกรหนุ่ม “นิกกี้ ณฉัตร” โดยเจ้าตัวได้เปิดใจเผยถึงเรื่องราวบาดแผลในอดีตที่ฝังลึกมานานหลายสิบปี ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิต ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตลกแถวหน้าของเมืองไทยในปัจจุบัน
“จตุรงค์” เล่าว่า ชีวิตวัยเด็กของตนนั้นยากจนมาก ครอบครัวลำบากถึงขั้นไม่มีข้าวกิน พ่อต้องทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม ทำให้เมื่อเติบโตขึ้นจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินและสร้างอนาคต จนกระทั่งมีโอกาสได้เข้าไปเรียนเต้นเพื่อปูทางเข้าสู่วงการบันเทิง แต่กลับต้องเผชิญกับฝันร้ายที่ไม่มีวันลืม
โดยเจ้าตัวได้เปิดเผยเรื่องราวสุดช็อกว่า ตนเองเป็นผู้ชายแท้ 100% ที่ชอบผู้หญิงมาโดยตลอด แต่ในช่วงเวลานั้นกลับถูก “ครูสอนเต้น” ใช้สถานะที่เหนือกว่า ล่วงละเมิดเพื่อแลกกับการหยิบยื่นโอกาส ช่องทางทำมาหากิน และความอยู่รอดในวงการบันเทิง “มันไม่ถึงกับข่มขืน กูต้องยอมเขาด้วย เหมือนเราเป็นผู้หญิงคนนึง เขาละเลงจับหันหลัง กูก็ตัวแข็งปึ้กเลย เมื่อไหร่จะผ่านไปได้ ไม่มีอารมณ์เลย เมื่อไหร่จะเช้า เขาพานอนบนเตียง จับคว่ำเลย”
เจ้าตัวยังเล่าต่ออีกว่า”ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ยังยอม เพราะยังไงก็ไม่เกินชม. แต่จำไปตลอดชีวิต เป็นตราบาปติดไปตลอดชีวิต ว่าเคยโดนแล้วนะ ไม่ตลกนะ”และยอมรับว่า “ถ้าไม่มีเขาก็ไม่ได้เป็นจตุรงค์ ถ้าวันนั้นเขาไม่เอากูขึ้นเวทีก็ไม่ได้รู้จักพวกตลก ไม่ได้เฉิดฉาย ไม่ได้แสดงว่ากูเล่นตลกได้ เขาถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณ แต่วันนั้นมันโหดร้ายกับกูมาก แต่จบจากวันนั้นมาเขาก็ไม่ได้อะไร หรือเขาไม่ติดใจกูก็ไม่รู้ เพราะไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ”
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่สร้างความขมขื่นและทรมานใจเป็นอย่างมากในอดีต แต่ในปัจจุบัน เจ้าตัวเผยว่าตนเองสามารถตกตะกอนและก้าวข้ามผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว พร้อมทั้งยังแอบปล่อยมุกตลกตามสไตล์ในช่วงท้ายรายการว่า ทุกวันนี้อดีตครูสอนเต้นคนดังกล่าวก็ยังพยายามสืบหาตัวและแวะเวียนมาหาอยู่บ้าง จนทำให้บางครั้งตนไม่กล้าเข้า “ครัวลุงรงค์” ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะกลัวจะเดินสวนกัน