สวนทุกกระแสและพร้อมเปิดหน้าแลกทัวร์แบบไม่กลัวใคร! สำหรับตัวแม่ฝีปากกล้าของวงการอย่าง “ลีน่าจัง” ที่ล่าสุดขอโดดเข้าร่วมวงสับศอกกลางรันเวย์มหากาพย์ดราม่าศึกสายเลือดตระกูลดัง โดยเธอได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หนุ่มรักษ์โลก “ทราย สก๊อต” ออกมาแฉปมฝันร้ายในวัยเด็กว่าถูกพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิด พร้อมตัดพ้อที่คุณแม่บังเกิดเกล้ายื่นฟ้องศาลปมมรดกที่ดินมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท งานนี้ ลีน่าจัง ออกตัวแรงลั่นไมค์เลยว่า ไม่เห็นด้วยกับการออกมาโจมตีคนในสายเลือดผ่านสื่ออย่างรุนแรงแบบนี้ เพราะอย่างไรเสียทุกคนก็ตัดกันไม่ขาด
ยิ่งเรื่องราวผ่านมานานกว่า 20 ปี และในตอนนี้ฝั่งพี่ชายก็เติบโตจนมีครอบครัว มีลูกมีเมียหมดแล้ว จึงควรปล่อยวาง อโหสิกรรมให้กัน และไม่ควรนำเรื่องราวในอดีตมาฝังใจให้เจ็บปวดทั้งสองฝ่ายอีกต่อไป แต่ความพีคคือกรรมวิธีการวิเคราะห์เกมกฎหมายของตัวแม่ ลีน่าจัง ขอบอกเลยว่าเจ็บแสบและแทงใจดำคอข่าวขีดสุด เมื่อเธอได้ตั้งข้อสังเกตและจับพิรุธถึงช่วงเวลาในการออกมาแฉพฤติกรรมของพี่ชายในครั้งนี้ โดย ลีน่าจัง มองลึกไปถึงเบื้องหลังคดีฟ้องร้องเรื่องที่ดินมรดก 130 ล้านบาท ที่คุณแม่เป็นโจทก์และมีพี่ชายเป็นพยานปากเอก โดยเธอปล่อยประโยคเด็ดฟาดกลางหน้าจอเลยว่า
“การออกมาเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลานี้ อาจเป็นความพยายามในการดิสเครดิตอีกฝ่าย เพื่อให้ในชั้นศาลสามารถกล่าวอ้างได้ว่ามีความโกรธแค้นต่อกัน อันจะส่งผลให้น้ำหนักของคำให้การลดความน่าเชื่อถือลง” เรียกว่าเป็นการมองมุมกลับที่ทำเอาฝั่งเชียร์ ทราย ถึงกับร้องซี้ดกันเป็นแถว งานนี้ ลีน่าจัง ยังได้กล่าวเตือนสติไปยัง ทราย สก๊อต แบบขวานผ่าซากว่าให้รีบยุติพฤติกรรมนี้เสียที พร้อมทั้งออกตัวเห็นด้วยกับคำแนะนำของ “คุณสันติ” ที่ระบุว่าทางออกที่ดีที่สุดในฐานะลูกคือการไปขอขมามารดาผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ เพื่อให้ท่านยอมถอนฟ้องคดีความทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้นตัวแม่ฝีปากกล้ายังฝากข้อคิดตอกหน้าหงายไปถึงพวกที่ชอบไปยืนรุมให้กำลังใจ ทราย ตามหน้าสถานีโทรทัศน์ด้วยว่า “คนพวกนั้นไม่ได้เลี้ยงดูเรามา เวลาเป็นกระแสก็แห่มาเซฟ แต่ลองวันไหนเราตกต่ำ ขัดสนเงินทอง แล้วเดินไปขอความช่วยเหลือสิ เขาก็ปฏิเสธเราทั้งนั้น” ดังนั้น คนในครอบครัวและแม่จับมือกันสิคือของจริงที่สุด ในช่วงท้าย ลีน่าจัง ได้เฉลยปมในใจของคนเป็นแม่ให้สังคมได้เข้าใจว่า
เหตุผลที่มารดาของ “ทราย สก๊อต” พยายามปกปิดเรื่องราวในอดีตและสั่งห้ามพูดนั้น ไม่ใช่เพราะไม่รักลูก แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณความหวังดีที่เกรงว่าเรื่องอื้อฉาวจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและอนาคตของทั้งบุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็ก อีกทั้งเรื่องมันเกิดในช่วงวัยรุ่นที่ยังขาดความยั้งคิด ท่านจึงเลือกเก็บงำความลับนี้ไว้คนเดียวตลอดมานั่นเอง
เหล่าเพื่อนศิลป…