ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าของการอำลาคนในวงการตลก กลับมีประเด็นร้อนแรงขึ้นมาบนโลกโซเชียลเสียอย่างนั้น เมื่อหนึ่งในแขกผู้ร่วมงานถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการแต่งกายที่ดูขัดหูขัดตาชาวเน็ตบางส่วน จนกลายเป็นดราม่า “ผิดกาลเทศะ” ที่ลุกลามไปทั่วหน้าฟีด แทนที่คนจะโฟกัสไปที่การไว้อาลัยร่วมกัน แต่กลับกลายเป็นการเปิดศึกน้ำลายเรื่องมารยาททางสังคมและการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าในงานอโหสิกรรมที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน
ชนวนเหตุเริ่มต้นจากภาพถ่ายในงานสวดอภิธรรมคืนแรก ซึ่งปรากฏภาพของศิลปินหนุ่มชื่อดังในชุดลำลอง สวมกางเกงขาสั้นและใส่หมวก จนทำให้ “ชาวเน็ตสายเคร่งครัด” ออกมารุมถล่มว่า “ไม่ให้เกียรติเจ้าภาพ” และดูเป็นภาพที่ไม่สำรวมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยมองว่างานขาวดำควรเป็นงานที่ต้องแต่งกายมิดชิดเรียบร้อยมากกว่านี้ จนกลายเป็นข้อถกเถียงใหญ่โตว่า มาตรฐานความเหมาะสมในปัจจุบันนั้น วัดกันที่เสื้อผ้าภายนอกหรือวัดกันที่ความตั้งใจจริงที่เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจกันแน่
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของคนใกล้ชิดอย่าง “อ้วน รีเทิร์น” และชาวเน็ตอีกฟากกลับมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ควรดราม่าเลยแม้แต่น้อย โดยมีการออกมาปกป้องว่าทั้งผู้ล่วงลับและศิลปินท่านนี้มีความสนิทสนมกลมเกลียวกันเปรียบเสมือนพี่น้องแท้ๆ ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด การแต่งตัวที่เป็นตัวของตัวเองจึงสะท้อนถึงความผูกพันที่ไร้พิธีรีตอง อีกทั้งหลายคนยังคอมเมนต์ตอกกลับสายดราม่าว่า “อย่าไปหนักที่หัวคนอื่น” เพราะความเศร้าไม่ได้อยู่ที่กางเกงหรือหมวก แต่อยู่ที่หัวใจและความอาลัยรักที่มีให้กันต่างหาก
และศิลปินหนุ่มมาดกวนที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาในดราม่าชุดร่วมงานครั้งนี้ก็คือ “แจ๊ส ชวนชื่น” ที่เดินทางไปร่วมส่งพี่ชายคนสนิทอย่าง “เหน่ง เหม่งจ๋าย” เป็นครั้งสุดท้ายนั่นเอง! แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่เรียบร้อย แต่พลังแห่งมิตรภาพที่ทั้งคู่มีให้กันมานานก็พิสูจน์ได้ว่า “ความรักและความจริงใจ” นั้นมีค่ามากกว่าเครื่องแต่งกายมากมายนัก ถือเป็นบทสรุปที่เตือนใจชาวโซเชียลว่า การให้เกียรติกันที่แท้จริงคือการมีอยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากลำบากที่สุดนั่นเอง
กลายเป็นประเด็น…