บันเทิง

เต้ย จรินทร์พร เล่าทั้งน้ำตา 10 ปี สูญเสียถาโถมจนไม่กล้ากอดพ่อแม่

ทำเอาคนดูถึงกับน้ำตาซึมตามๆ กันครับ สำหรับนางเอกสาวร่างเล็กหัวใจแกร่ง “เต้ย จรินทร์พร” ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ How Are You Feeling? ถึงบาดแผลลึกในใจที่เก็บงำมานานกว่า 10 ปี จากเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กันภายในสัปดาห์เดียว จนส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง และทำให้เธอกลายเป็นคนที่ไม่กล้าที่จะโอบกอดคุณพ่อคุณแม่แบบเต็มที่เหมือนเดิม เพราะลึกๆ ข้างในกลัวว่าจะต้องสูญเสียพวกท่านไปครับ

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในช่วงที่เต้ยอายุเพียง 25 ปี เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะรับไหว เมื่อจู่ๆ น้องชายสุดที่รักล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง ในสัปดาห์เดียวกันนั้นเองคุณย่าก็ได้เสียชีวิตลง สุนัขที่เลี้ยงมานานก็จากไป และยังมีคนใกล้ตัวอีกคนเสียชีวิตติดๆ กัน เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นซ้ำซ้อนในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้เธอได้เห็นสัจธรรมของชีวิตเรื่อง “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” อย่างเข้มข้นที่สุดในคราวเดียว

แม้ว่าในวันนี้ น้องชายของเธอจะรักษาจนหายดีเป็นปกติแล้ว แต่บาดแผลทางจิตใจในวันนั้นกลับไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง เต้ยยอมรับว่าตอนนั้นเธอเลือกที่จะเข้มแข็งและกัดฟันใช้ชีวิตเดินหน้าต่อ โดยไม่ได้หันมาดูแลสุขภาพจิตของตัวเองเลย จนกระทั่งช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เมื่อได้รับรู้ข่าวความเจ็บป่วยของคนรอบข้าง ความกลัวการสูญเสียในอดีตก็ย้อนกลับมาเล่นงานอย่างรุนแรง ส่งผลให้เธอกลายเป็นคนสร้าง “ระยะห่าง” กับพ่อแม่ ไม่กล้ากอดเต็มกอด เพราะกลัวว่าวันหนึ่งพวกท่านจะไม่อยู่ให้กอดอีกต่อไป

โดยเฉพาะภาพจำฝังใจในวันที่เธออุ้มสุนัขตัวโปรดในอ้อมแขนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมารู้ความจริงที่เจ็บปวดว่าเขาได้จากไปแล้ว กลายเป็นปมขัดแย้งลึกๆ ที่ทำให้เธอกลัวการกอดสิ่งมีชีวิตในวาระสุดท้าย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างกำแพงกั้นความรู้สึกตัวเองโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเธอกล่าวทั้งน้ำตาในรายการว่า “มันกอดไม่อิ่ม เหมือนเรากลัวว่าเขาจะไม่อยู่ให้เรากอดอีก”

ในวันนี้ เต้ยบอกว่าเธอกำลังเรียนรู้ที่จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองใหม่ ยอมรับความอ่อนแอ และค่อยๆ พยายามกลับไปโอบกอดคนที่รักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมทั้งฝากแง่คิดดีๆ ถึงทุกคนว่า การสูญเสียเป็นเรื่องใหญ่ และเราไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลา เปรียบเหมือนการแบกก้อนหินหนักๆ มานานจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถวางมันลงและขอให้คนอื่นช่วยแบกบ้างก็ได้ครับ

admin

Recent Posts