เป็นอีกหนึ่งพิธีกรชื่อดังที่หลายคนยกให้เป็นกระบอกเสียงของประชาชน สำหรับ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ล่าสุดได้มาเปิดใจในรายการ “ป๋าเต็ดทอล์ก” ถึงเส้นทางการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการข่าว ความกดดัน ความเครียด และจุดเปลี่ยนของชีวิตที่เกิดจากการสร้างรายการ
“โหนกระแส” หนุ่ม กรรชัย เล่าว่า เขาอยากทำรายการทอล์กโชว์มานาน และจุดเริ่มต้นจริง ๆ มาจากการได้รับโอกาสทำรายการ “เมืองไทยวาไรตี้” ทางช่อง 3 ก่อนที่รูปแบบจะค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นกึ่งฮาร์ดทอล์ก สัมภาษณ์แขกรอบตัวเกี่ยวกับปัญหาชีวิต ซึ่งเขาชอบแนวทางนี้
จึงตัดสินใจเดินหน้าต่อเนื่องจนกลายมาเป็น “โหนกระแส” โดยรายการโหนกระแส กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 8 และใกล้ครบ 2,000 ตอน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่าจะอยู่ได้นานขนาดนี้ เพราะต้องลงทุนด้วยตัวเอง รายการออกอากาศทางช่อง 28 ซึ่งขายโฆษณาได้ยาก รายได้ไม่แน่นอน
แม้จะเคยขาดทุน แต่ก็ยังยืนยันจะทำต่อ เพราะชอบ และรู้สึกว่ารายการกลายเป็นเหมือนกระบอกเสียงให้กับคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จุดเปลี่ยนสำคัญคือ เมื่อทำไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่ารายการไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจหรือฮาร์ดทอล์กอีกต่อไป แต่กลายเป็นสื่อที่ช่วยเหลือผู้คนได้จริง
จึงเริ่มเปิดให้ประชาชนร้องเรียนเข้ามาผ่านเพจโหนกระแส ทีมงานจะคัดกรองเรื่องต่าง ๆ และนำเสนอในรายการ พร้อมขยายช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลเพื่อให้เข้าถึงได้มากขึ้น สำหรับเนื้อหาในรายการ หนุ่ม กรรชัย อธิบายว่า ถ้าสังเกตตนจะไม่ค่อยทำเรื่องการเมือง ไม่ใช่เพราะทำไม่ได้
แต่ตนไม่ค่อยถนัด และรู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนคิดว่าถ้าไปจับเรื่องการเมืองมาก ๆ ก็อาจจะมีผลกระทบต่อตัวเองและคนอื่น เลยพยายามจะทำน้อยที่สุด เว้นแต่จำเป็นจริง ๆ ด้านการทำงานเบื้องหลัง เขาเผยว่าทีมงานโหนกระแสมีประมาณ 20 คน และมีทีม
มอนิเตอร์ข่าวอยู่ราว 8-9 คน โดยในแต่ละวัน ต้องตัดสินใจเนื้อหารายการแทบจะนาทีสุดท้าย บางวันแขกยกเลิกกะทันหันก่อนออกอากาศเพียง 2 ชั่วโมง ทำให้ต้องเร่งปรับแผนทันที นอกจากนี้ยังมีบางช่วงบางตอนที่ หนุ่ม กรรชัย ได้ตอบคำถามของ ป๋าเต็ด ที่ว่า มีโอกาสไหม
ที่จะเบื่อแล้วเลิกทำ โหนกระแส หนุ่ม กรรชัย เผยว่า มีครับ คือ ความจำเจ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า เรื่องที่เจอแต่ละวันผมยกยอดไว้ แต่ความจำเจ คือความจำเจที่ผมต้องตื่นมา เช้า ออกจากบ้าน คือมันกลายเป็นการตีกรอบชีวิตผมไว้ คือ เหมือน พี่ยุทธ แกโดนตีกรอบ
ในชีวิตแกไว้แบบนี้ แกคือคนของประชาชนที่แกจะต้อง ตื่นตี 3 ทำงาน 7 โมง นอนทุ่มนึง ตอนนี้ผมกำลังโดนตีกรอบอะไรแบบนั้นเหมือนกัน ผมต้องตื่นเวลานี้ ออกมาแบบนี้ คือผมโดน จันทร์ ถึง ศุกร์ แต่ พี่ยุทธ แกโดนทุกวัน แต่แกมีความสุข แต่ผมอาจจะต่างจากแก
ผมอยากไปท่องเที่ยว อยากมีชีวิตอีกแบบนึงด้วย แต่มันยังไม่ถึงตรงนั้น
เป็นประเด็นที่ท…