ประกาศข่าวดี คนไทยเฮทั้งประเทศ

ผมไม่ติ ดเชื้ อ เป็นคำยืนยันของอาสาสมัครที่เข้ารับการฉี ดวั คซี น ChulaCOV-19 ซึ่งต่อมาได้สัมผัสผู้ติ ดเชื้ อ แต่เจ้าตัวกลับมีผลตรวจไม่พบเชื้ อ นี่คือความหวัง วั คซี น Mrna ตัวแรกของไทย

แม้สถานการณ์การแ พร่ร ะบา ดของ cv-19 ยังไม่ดีขึ้น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ยังคงเดินหน้าตรวจคัดกรองเชิงรุกพบผู้ติ ดเชื้ อรายใหม่เพิ่มขึ้นในระดับหลักหมื่นราย อย่างไรก็ดี มีความพยายามในการพัฒนาวั คซี นเพื่อป้องกัน cv-19 และกระจายการฉี ดวั คซี นให้ได้อย่างทั่วถึงโดยเร็ว

ในส่วนของจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ทำการคิดค้นวั คซี นที่เป็นของคณะแพทย์ไทย นั่นคือ วั คซี น ChulaCOV-19 ซึ่งได้มีการทดสอบวั คซี นกับอาสาสมัครและได้ผลการป้องกันไ วรั ส cv-19 เป็นอย่างดี

ล่าสุด สุกฤษฏิ์ ธีระปัญญารัตน์ หนึ่งในอาสาสมัครเข้ารับวั คซี น ChulaCOV-19 ครบแล้ว 2 เข็ม (เข็มแรกวันที่ 24 มิถุนายน 2564 และเข็มที่ 2 วันที่ 15 กรกฎาคม 2564) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยถึงประสิทธิภาพวั คซี น mRNA ตัวแรกของไทย

นายสุกฤษฏิ์ เล่าว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด ติ ดเชื้ อ cv-19 ทว่า ตนเองซึ่งอยู่ในภาวะเสี่ ยงติ ดเชื้ อ จำนวน 3 ครั้ง ตรวจหาเชื้ อ 3 รอบ ปรากฏว่า ไม่ติ ดเชื้ อ cv-19 แต่อย่างใด และได้โพสต์ในเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ว่าด้วยประสิทธิภาพวั คซี น ChulaCOV-19 วั คซี น mRNA ตัวแรกของไทย ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า ทางโครงการวิจัยไม่ได้มีการเปิดเผยเลขภูมิคุ้มกันของวั คซี นแก่ อสม. เพียงแต่บอกได้ว่ามันดีมาก

ดังนั้น นี่จะเป็นการรีวิวและอธิบายจากประสบการณ์จริง เมื่อที่บ้านและออฟฟิศของผม ติด cv-19 เกือบยกครัว แต่ “ผม” เป็นคนเดียวที่ไม่ติ ด

1. วั คซี น ChulaCOV ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยวั คซี น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม

2. วั คซี น ChulaCOV เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่มีพัฒนาและวิจัยต่อยอดจาก Moderna ดังนั้นประสิทธิภาพที่ออกมาจึงมั่นใจได้ว่า เทียบเท่า Pfizer และ Moderna หรืออาจจะดีกว่าสำหรับการป้องกันไ วรั สสายพันธุ์เดลต้า เพราะกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อไปหลังจากทดสอบกับ อสม. กลุ่มแรก

3. ผมได้รับวั คซี นขนาด 25 ไมโครกรัม (ใช้น้อยกว่า Pfizer) จำนวน 2 โดส ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์

4. อาการและผลข้างเคียง [โดสแรก] วันที่ 24 มิ.ย. 64 – มีอาการปว ดหัวและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดต่อเนื่องราว ๆ 2-3 วัน ไม่มีไ ข้ และยังทำงานได้ปกติ

[โดสสอง] วันที่ 15 ก.ค. 64 – ปว ดหัวหนักกว่าโดสแรก หลังจากฉีด 2 ชั่วโมง และถึงขั้นซมหลังฉีด 6 ชั่วโมง มีไ ข้หรือตัวรุ ม ๆ แต่ไ ข้ไม่สูง ปว ดหัวตลอดทั้งคืน กว่าจะทุเลาลงก็คือวันที่สอง ซึ่งนอนซม รบกวนการทำงานแน่นอน หลังจากนั้นไ ข้หายในสองวัน ส่วนอาการปว ดหัวจะต่อเนื่องไปร่วม 3-4 วันเลยทีเดียว

5. หลังจากฉี ดวั คซี นครบสองโดสได้ราวหนึ่งสัปดาห์ พ่อของผมเริ่มมีอาการป่ว ย ปว ดหัว ไ อ ส่วนพนักงานที่ออฟฟิศไปตรวจ cv-19 Rapid Antigen Test ผลปรากฏว่า ติ ด cv-19 จึงมีการตรวจกันทั้งบ้าน

ผลลัพธ์ พนักงานออฟฟิศติ ด 2 คน ไม่ติ ด 1 (ซึ่งคนที่บ้านของพนักงานติ ดเกือบยกครอบครัว), และพ่อของผม

6. เพื่อความแน่ใจ ทางโครงการวิจัยได้นัดให้ผมไปตรวจ RT-PCR อีกรอบ เพราะผมกลายเป็นกลุ่มเสี่ ยงใกล้ชิดผู้ป่ว ย ซึ่งผลออกมาว่า ผมไม่มีเชื้ อ cv-19 จริงๆ

7. คุณพ่อมีอาการหนั กสุด ส่วนพนักงานแทบไม่มีอาการ ได้ทำการรักษาตามอาการแบบ Home Isolation แยกบ้านกันอยู่

8. เหตุการณ์เหมือนจะไม่มีอะไร แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ อยู่ ๆ อาการคุณพ่อก็ทรุ ดหนั ก ไ ข้ขึ้ นสูง SpO2 ลดลงต่อเนื่อง จาก 95 เหลือ 92 ในตอนเย็น และเหลือ 89 ในตอนกลางคืน ไม่ค่อยมีสติและลำบากในการสื่อสาร

9. ด้วยความจำเป็นที่จะต้องหาโรงพยาบาลด่วน ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบคือ ทุกที่เตียงเต็ม แต่โชคดีที่ติดต่อโรงพยายาลสมุทรสาครได้

ถึงกระนั้น โรงพยาบาลก็ไม่มีรถฉุ กเฉิ น จำเป็นที่เราจะต้องขับรถไปเอง

วันนั้น (29 ก.ค.) หลังจากเพิ่งตรวจ RT-PCR ในวันเดียวกัน ผมต้องใกล้ชิดคุณพ่อที่เป็นผู้ป่ว ยอีกครั้ง ครั้งนี้มีการสัมผัสและใกล้ชิดมาก แต่ด้วยความจำเป็นต้องพาไปโรงพยาบาล จึงไม่มีทางเลือก (อุปกรณ์ป้องกันมีเพียง หน้ากากอนามัยสองชั้น face shield และถุงมือยาง)

10. พ่อของผมโชคดีที่ห้อง ER มีเตียงว่าง ได้รับการรักษาและรับย าฟาวิทันที แม้จะยังไม่เคยตรวจ PCR มาก่อน ก่อนจะได้แอดมิทที่โรงพยายาลสมุทรสาคร แม้จะเป็นผู้ป่ว ยนอก

ซึ่งปัจจุบันอาการดีขึ้นมากแล้ว ย้ายไปโรงพยาบาลสนาม และใกล้จะได้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน

11. ส่วนตัวผมเองยังมีนัดต้องไปเจาะเลื อดเก็บตัวอย่างกับทางโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อวัดภูมิวั คซี นหลังฉี ด 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาหลังจากผมสัมผัสผู้ป่ว ยโดยตรง ประมาณ 12 วัน ไม่ได้มีอาการอะไร จึงได้ทำการ Rapid Antigen Test อีกครั้ง และผลก็ออกมาบอกว่า ผมไม่มีเชื้ อ

อย่างที่เห็นก็คือว่า ผมผ่านการเสี่ ยงติ ดเชื้ อมาแล้วถึงสามครั้ง และตรวจสามรอบ

ครั้งที่ 1 – คือการทำงานในออฟฟิศ อยู่กับผู้ที่ติ ดเชื้ อ cv-19 ในช่วงที่เชื้ อกำลังฟักตัวและไม่มีอาการ

ครั้งที่ 2 – หลังจากคนรอบข้างอาการเริ่มออก ผลจรวจออกมา เริ่มมีการให้พนักงาน WFH แต่ก่อนหน้านั้น ผมเองยังคงต้องขับรถ ร่วมโดยสารกับผู้ที่ติ ดเชื้ อทุกวัน

ครั้งที่ 3 – กลับมาสัมผัสผู้ป่ว ย cv-19 โดยตรงอีกครั้ง หลังจาก distancing กันมานานสัปดาห์นึง

ด้วยผลทดสอบนี้ น่าจะบ่งบอกได้ดีถึงประสิทธิภาพของวั คซี น mRNA ได้ดีในระดับนึง และเป็นเหตุผลว่า ทำไมวั คซี น ChulaCOV น่าจะเป็นวั คซี นตัวความหวังของคนไทย

สำหรับคำถามว่า คนไทยจะได้ฉี ดวั คซี นตัวนี้เมื่อใด คำตอบก็คือ กว่าจะวิจัยพัฒนาและทดสอบกับ อสม. กลุ่มสอง กลุ่มสามเสร็จ น่าจะช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2565 เลยครับ ถึงกระนั้น ถ้ามันฉุ กเฉิ นจริง ๆ ไม่แน่ว่า อาจจะมีการใช้วั คซี นตัวนี้เป็น เข็มสาม ในช่วงปลายปี

และที่สำคัญที่สุด ถึงแม้จะได้วั คซี นที่ดีแล้ว ยังไงการ social distancing ก็ยังสำคัญ เพราะผลลัพธ์ที่เกิดกับสหรัฐฯ ตอนนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโร ค ขอบคุณครับ