โชเฟอร์รถตู้คนเดิม

ช น ซ้ำ ซ า ก! โ ช เ ฟ อร์คนเดิมขับรถตู้พาผู้ป่ ว ย โ ค วิ ด กลับบ้าน โห ม่ง ท้าย พ่ วง อีก แล้ว โชเฟอร์คนเดิมข ยี้ คั นเ ร่ งขับ รถตู้ขนผู้ป่ ว ย โ ค วิ ด 19 ส่งกลับรักษาใกล้บ้านเกิดที่ จ.บุรีรัมย์ แต่พาไปไม่ถึงโหม่งท้ายพ่วง 22 ล้ออีกแล้วที่เขาหินซ้อน ทำคู่หูเจ็บเป็นรายที่ 2

ทั้งที่เมื่อวานก่อนเพิ่งขับรถตู้พุ่ งเ สย ท้า ยรถยนต์กระบะบรรทุกคลอรีนและสารส้มจนตัวรถพังยับเยินมีอาสา กู้ ภั ยฯ เ จ็ บ ไปก่อนแล้ว 1 ราย แต่มาในวันนี้กลับมาเกิด อุ บั ติ ซ้ำ อี กครั้งแบบวันเว้นวัน โชคดีที่ผู้ติดเชื้อโรคระบาดที่นั่งมาภายในปลอดภัย วันที่ 12 ส.ค.64 เวลา 14.30 น. ร.ต.อ.ฤชายุส คงอุตสาห์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเ กิ ด อุ บั ติ รถยนต์ตู้พุ่งชนท้ายรถยนต์พ่วง 22 ล้อ

ที่บริเวณบนถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ด้านฝั่งขาออกก่อนถึงบริเวณทางสามแยกถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (359) ประมาณ 150 เมตร พื้นที่ ม.2 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเ จ็ บ ส า หั ส 1 ราย จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิด เ ห ตุ ที่เ กิ ดเ ห ตุพ บรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้าคันสีขาว หมายเลขทะเบียน ยง-7722 นครราชสีมา ลักษณะภายนอกเป็นรถพย าบาลติดข้อความ “AMBULANCE BASIC LIFE SUPPORT”

ที่ด้านข้างรอบตัวรถ และมีการเปิดใช้สัญญาณไ ฟฉุ ก เ ฉิ นแบบไซเรนของรถพย าบาลไว้ที่ด้านบนหลังคาตลอดเวลา ด้านหน้าตัวรถมี ร่ อ ง ร อ ยของการ พุ่ ง ชนจน พั ง ยุ บเ สี ย หาย ภายในรถมีคนขับเป็นชาย และคนนั่งเ บ า ะซ้ายเป็นหญิง ขณะที่ภายในตัวรถด้านหลังมีผู้โดยสารเป็นชาย 4 คนหญิง 1 คนรวม 5 คนนั่งมาด้วย

โดยมีผู้ได้รับ บ าด เ จ็ บติดภายใน 1 ราย คือ น.ส.ชลธิชา ภูจอม อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193 ม.15 ต.สระแก้ว อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งนั่งมาบนเบาะด้านซ้ายของคนขับ มีอ าก า ร ซ็ อ กหมดสติจาก บ า ดแ ผ ลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ และเ สี ย เ ลื อ ด มาก โดยทราบว่าเป็นจิตอาสากู้ภัยฯ แห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ขณะที่คนขับ คือ นายศุภกิจ จันทร์ทรง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 ม.6 ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้รับบ า ด เ จ็ บ แต่มีลักษณะเคร่ ง เค รีย ด ไม่ยอมตอบข้อซักถามจากผู้สื่อข่าว และผู้ที่เข้ามาซักถามเ ห ตุ ก า รณ์มากนัก

โดยระหว่างหลังเกิดเหตุ นายศุภกิจ ได้แจ้งว่าผู้โดยสารที่นั่งมาภายในรถทั้งหมด 5 คน เป็นผู้ ป่ ว ย ติ ด เ ชื้ อ โ ค วิ ด 19 ที่ตนเองเป็นจิตอาสาใช้รถฉุ ก เ ฉิ นของภาคเอกชนขับไปรับมาจากในพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อที่จะพานำกลับไปส่งยัง รพ.ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ นายศุภกิจ ระบุ ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถพ่วงขนาด 22 ล้อแบบ 2 ตอน ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียนหัวลาก 81-8483 สระแก้ว ทะเบียนหางพ่วง 81-8484 สระแก้วได้ขับเลยจากจุดเกิ ด เ ห ตุ ไปทางด้านหน้าห่างกันประมาณ 60 เมตร มีนายศราวุฒิ ทุมภา อายุ 26 ปี เป็นคนขับ

เปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถพ่วงเดินทางมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อจะไปรับเศษเหล็กใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บรรทุกกลับมายัง จ.ชลบุรี ในขณะที่ขับมาถึงยังจุดเกิด เ ห ตุได้มีรถยนต์ตู้ ขั บ มา พุ่ งช นที่ด้านท้าย บริเวณหัวมุมของหางพ่วงทางขวาอย่างไม่ทราบส าเ ห ตุ ทั้งที่ตนนั้นขับมาบนเส้นทางตรง นายศราวุฒิ กล่าว

หลังเกิดเหตุ ได้มีอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพนมสารคาม นำเครื่องมือตัดถ่างมาให้การช่วยเหลือผู้ได้รับ บ า ด เ จ็ บ เพื่อนำส่งไปยัง รพ.พนมสารคาม ส่วนคนขับรถทั้ง 2 คัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เ ชิ ญ ตัวไปสอบสวนยังที่ สภ.เขาหินซ้อน ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคนขับรถยนต์ตู้พย า บาล ฉุ ก เ ฉิ นรายนี้ เป็นคนขับรายเดียวกันกับ กรณีเ กิ ด อุ บั ติ เ ห ตุ รถตู้ที่เดินทางมารับผู้ ป่ ว ย โ ค วิ ด 19 จาก รพ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าจะนำพาผู้ ป่ ว ย กลับไปทำการรักษายังใน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวานซืนนี้ (10 ส.ค.64)

แต่ได้เกิ ด อุ บั ติเ ห ตุ ขับพุ่ ง ช น ท้ายของรถยนต์กระบะบรรทุกสารส้มและคลอรีน และยังมีรถยนต์เก๋ง ได้รับความ เ สี ยห า รวม 3 คัน ที่บริเวณก่อนถึงสี่แย กสัญ ญ าณ ไฟบางคล้าประมาณ 1.6 กม. พื้นที่ ม.3 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา บนเส้นทาง 304 สายเดียวกันนี้ จนทำให้มีผู้ได้รับบ า ด เ จ็ บ 1 ราย เป็นอาสา กู้ ภั ยฯ แห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นชายวัย 22 ปี และเว้นระยะห่างมาได้เพียง 1 วัน คนขับรถตู้เดิมนี้จึงได้กลับมาขับรถตู้เพื่อรับส่งผู้ป่ ว ยโ ค วิ ด 19 อีกครั้ง

จนมาป ร ะ ส บ อุ บั ติเ ห ตุ ขึ้นอีกในลักษณะเดียวกัน แบบซ้ำซากหรือวันเว้นวัน จึงถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติและเป็นที่น่าแปลกประหลาดใจมาก ที่คนขับรถคนเดิม ได้กลับมาขับรถในลักษณะเดิม และกลับมาเกิ ด อุ บั ติ เห ตุ แบบเดิมๆ ที่คล้ายๆ กันกับเ ห ตุ ก ารณ์ก่อนแบบซ้ำซากถึง 2 ครั้งติดต่อกันจนถี่ยิบ เมื่อสอบถามคนขับรถตู้อีกครั้งในภายหลัง ที่บริเวณภายใน สภ.เขาหินซ้อน

ทราบจากคนขับที่อ้างว่า ที่ต้องใช้ความเร็วสูงนั้น เนื่องจากต้องการใ ห้ผู้ ป่ ว ยเดินทางไปถึงยังมือแ พท ย์ให้ได้โดยเร็วที่สุด และยังบอกอีกว่าจะต้องนำพาผู้ป่ ว ย โ ค วิ ด 19 ไปให้ทันในช่วงเวลาที่แพทย์ทำการตรวจ เพราะเนื่องจากหากไปไม่ทันเวลาแล้ว จะต้องพาคนป่วยไปหาสถานที่ในการพักคอยการรักษาแห่งใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ ป่ ว ยไม่มีเงิน และตนเองก็ทำด้วยใจ นายศุภกิจ กล่าว